น้ำในร่างกาย ที่เหมาะสม
ปริมาณน้ำในร่างกาย ที่เหมาะสม


ร่างกายคนเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบมากถึง 2 ใน 3 ส่วน และอวัยวะสำคัญต่างๆ ก็มีน้ำอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น ปอดมีน้ำอยู่เกือบ 90 % สมองมีน้ำอยู่ถึง 75 % แม้แต่ผิวหน้าก็มีองค์ประกอบประมาณ 35 % ดังนั้นในแต่ละวันเราจึงควรดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายหรือทีเรียกว่า TBW (Total Body Water) ซึ่งร่างกายต้องการน้ำวันละประมาณ 2–3 ลิตร โดยจะมีการขับน้ำออกจากร่างกายในลักษณะของปัสสาวะ เหงื่อ อุจจาระ และลมหายใจ ซึ่งน้ำจะถูกขับออกทางปัสสาวะวันละประมาณครึ่งลิตร ถึง 2.3 ลิตร


ปริมาณน้ำในร่างกาย TBW (Total Body Water)
ปริมาณน้ำดื่มในแต่ละวันเป็นสิ่งสำคัญ คนที่ดื่มน้ำน้อยจะทำให้เลือดข้น ระบบไหลเวียนของเหลวในร่างกายจะไม่ปกติ ผิวพรรณหยาบกร้าน รวมทั้งอาจจะเกิดอาการเจ็บป่วยต่างๆ แต่หากดื่มมากเกินไปจะทำให้ไตจะทำงานหนัก ส่งผลให้ปวดศีรษะ อาเจียน กล้ามเนื้อเป็นตะคริว ความดันสูง น้ำหนักมากขึ้น ร่างกายบวมน้ำ รวมทั้งส่งผลกระทบต่อระบบสืบพันธุ์ การดื่มน้ำอย่างถูกต้องและเพียงพอที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันหรือ TBW (Total Body Water) จะช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตดี หัวใจทำงานปกติ และมีประสิทธิภาพแข็งแรงขึ้น ขณะเดียวกัน การขับถ่ายของเสียก็ทำงานได้ดี ที่สำคัญยังช่วยให้ใบหน้าชุ่มชื่น มีเลือดฝาด และไม่ปวดหลังหรือบั้นเอว เพราะสุขภาพไตแข็งแรง แล้วปริมาณน้ำที่เหมาะสมกับร่างกายแต่ละคนคือเท่าไหร่ เรามาถอดรหัสกันดีกว่า องค์การอนามัยโลกได้กำหนดสูตรคำนวณปริมาณน้ำดื่มที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัว ของแต่ละคนต่อวันไว้ดังนี้


ปริมาณน้ำดืมต่อวัน (C.C) = ( น้ำหนักตัว (KG) / 2 )X 2.2 X 30


หมายเหตุ : จำนวน 1,000 C.C. = 1 ลิตร (1ลิตร = 5 แก้ว โดยประมาณ)


การวัดองค์ประกอบของร่างกาย (น้ำ กระดูก กล้ามเนื้อ และมวลไขมัน)
แต่อย่างไรก็ตาม เราสามารถวัดปริมาณน้ำในร่างกาย ที่เหมาะสม หรือ TBW (Total Body Water) ได้จากเครื่องวัดไขมันในร่างกาย (Digital Body Fat Scale) เป็นการวัดองค์ประกอบของร่างกาย (body composition) วิธีการใหม่ที่กำลังมาแรงโดยเป็นการวัดองค์ประกอบของร่างกาย (body composition) จากการส่งผ่านไฟฟ้าความต่างศักย์ต่ำๆเข้าไปในร่างกาย แล้ววัดผลจากความต้านทานไฟฟ้าของเนื้อเยื่อต่างๆที่มีคุณสมบัติในการนำไฟฟ้าที่ไม่เท่ากัน โดยเนื้อเยื่อส่วนที่เป็นมวลไขมันจะทำหน้าที่เป็นฉนวนและมีความต้านทานไฟฟ้าสูง ส่วนมวลกล้ามเนื้อที่มีส่วนประกอบของน้ำอยู่ในเซลล์มีความต้านทานไฟฟ้าน้อยกว่าเซลล์ไขมัน โดย  เครื่องวัดไขมันในร่างกาย (Digital Body Fat Scale) วิเคราะห์แยกส่วนประกอบของร่างกายออกเป็น 4 ส่วน คือ ส่วนของ ปริมาณน้ำในร่างกาย(TBW) มวลกระดูก มวลกล้ามเนื้อ และมวลไขมัน ของร่างกายเราแต่ละคนได้


ผลของ ร่างกายขาดน้ำ
เมื่อร่างกายขาดน้ำจะไปกระตุ้นการทำงานของสมองส่วนกลาง (Hypothalamus) ทำให้เกิดความรู้สึกกระหายน้ำ โดยเมื่อเราออกกำลังกาย ร่างกายจะเสียน้ำมากขึ้นทั้งจากเหงื่อและกล้ามเนื้อ จึงทำให้ต้องดื่มน้ำมากขึ้น ปริมาณน้ำในร่างกายถ้าลดลงเพียง 2 % ร่างกายจะเริ่มทำงานสับสน ถ้าขาดน้ำถึง 5 % การทำงานของร่างกายจะบกพร่องผิดปกติไปถึง 30 % ถ้าเสียน้ำมากกว่านี้โดยไม่รีบแก้ไขจะทำให้เกิดการเวียนศีรษะ หมดกำลัง อาจหมดสติและเสียชีวิตได้ เราสามารถดูผล ปริมาณน้ำในร่างกาย (Body Water) ที่วัดได้จาก เครื่องวัดไขมันในร่างกาย (Digital Body Fat Scale) เทียบจากตาราง ปริมาณน้ำในร่างกาย ที่เหมาะสม ตามช่วงอายุ ด้านล่าง

 

ปริมาณน้ำในร่างกาย ที่เหมาะสม


เทคนิคการดื่มน้ำ
เมื่อทราบปริมาณน้ำในร่างกาย จาก เครื่องวัดไขมันในร่างกาย (Digital Body Fat Scale) และทราบปริมาณน้ำดื่มต่อวันที่เหมาะสมแล้ว จะต้องมีเทคนิคในการดื่มน้ำให้เกิดประโยชน์กับร่างกายให้มากที่สุด เพื่อให้ได้ปริมาณน้ำในร่างกายที่เหมาะสม หรือ TBW (Total Body Water) ซึ่งมีอยู่ 2 ข้อคือ
1. หลังตื่นนอน ก่อนแปรงฟัน ให้ดื่มทันที 2- 5 แก้ว เพื่อช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย ควรเป็นน้ำธรรมดาหรือน้ำอุ่น ไม่ใช่น้ำแช่เย็น ที่ต้องดื่มตอนเช้าเพราะเป็นช่วงที่ร่างกายขับสารพิษได้ดีที่สุด
2. ดื่มน้ำแต่น้อยระหว่างรับประทานอาหาร ไม่ควรเกิน 1 แก้ว หลังรับประทานอาหารเสร็จแล้ว 40 นาที จึงค่อยดื่มน้ำตาม เพื่อให้กระเพาะย่อยอาหารได้เต็มที่ ที่สำคัญไม่ควรดื่มน้ำเย็น เพราะจะไปรบกวนระบบการย่อยอาหาร


Cr.โรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่,วิชาการ