ยุคอุตสาหกรรม 4.0

หลายปีมานี้มีการพูดถึงการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหม่ ซึ่งถูกเรียกว่า ยุคของการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 หรือ ยุคอุตสาหกรรม 4.0 (INDUSTRY 4.0) ซึ่งมันจะเป็นวิธีการใหม่ๆ ของการผลิตที่จะเข้ามาพลิกโฉมหน้าวงการอุตสาหกรรม โรงงานยุค 3.0 สามารถผลิตของแบบเดียวกันจำนวนมากในเวลาพริบตาเดียว แต่โรงงานยุคอุตสาหกรรม 4.0 (INDUSTRY 4.0) จะสามารถผลิตของหลากหลายรูปแบบแตกต่างกัน

“ยุคอุตสาหกรรม 4.0 (INDUSTRY 4.0)” มาจากชื่อนโยบายอุตสาหกรรมแห่งชาติของเยอรมันที่ประกาศเมื่อปี ค.ศ. 2013 แนวคิดก็คือ โลกของเราจะเข้าสู่ช่วงการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ภายใน 20 ปีข้างหน้า และเยอรมันจะต้องอยู่ในหัวขบวนขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจครั้งใหม่

ยุคอุตสาหกรรม 4.0 (INDUSTRY 4.0) ที่กำลังจะมาถึง  คือการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและอินเทอร์เน็ต มาใช้ในกระบวนการผลิตสินค้า จุดเด่นที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คือสามารถเชื่อมความต้องการของผู้บริโภคแต่ละรายเข้ากับกระบวนการผลิตสินค้าได้โดยตรง พูดง่ายๆ ก็คือ โรงงานยุคอุตสาหกรรม 4.0 (INDUSTRY 4.0) จะสามารถผลิตของหลากหลายรูปแบบแตกต่างกันตามความต้องการเฉพาะของผู้บริโภคแต่ละราย เป็นจำนวนมากในเวลาพริบตาเดียว โดยใช้กระบวนการผลิตที่ประหยัดและมีประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลครบวงจรแบบ “Smart Factory”

แนวคิดยุคอุตสาหกรรม 4.0 (INDUSTRY 4.0) นี้ มักเรียกในสหรัฐอเมริกาว่า “The Internet of Things” คือการทำให้กระบวนการผลิตสินค้าเชื่อมกับเทคโนโลยีดิจิทัล หรือแม้กระทั่งทำให้ตัวสินค้าเองเชื่อมกับเทคโนโลยีดิจิทัล ยกตัวอย่างเช่น การมีระบบป้อนข้อมูลให้เครื่องจักรสามารถผลิตสิ่งของตามแต่การสั่ง (ออนไลน์) จากผู้บริโภคโดยตรง, การใส่ตัวส่งข้อมูลในเครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อประมวลสถิติการใช้และแจ้ง (โดยอัตโนมัติ) กลับไปยังโรงงานเมื่อเกิดปัญหาทางเทคนิค เช่น เครื่องวัดออกซิเจน (Pulse Oximeter) กล่องแอนดรอย(Android TV Box) ฯลฯ

การใช้คอมพิวเตอร์จิ๋วกินได้ (ขนาดเท่ายาเม็ด) ให้ผู้บริโภคกลืนเข้าไปเพื่อเก็บข้อมูลสุขภาพในร่างกาย ฯลฯ จะเห็นได้ว่า ยุคอุตสาหกรรม 4.0 (INDUSTRY 4.0) ยังเป็นแนวคิดที่ใหม่มาก หลายอย่างอยู่ในช่วงทดลองและพัฒนา แต่ก็เป็นแนวคิดที่มีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงทุกวงการ ตั้งแต่แนวทางการบริโภคสินค้าของผู้คนทั่วไป ตลอดจนแนวทางการรักษาทางการแพทย์

เราจะเข้าใจการปฏิวัติอุตสาหกรรมใน Silicon Valley ได้ดีขึ้นในทุกๆ มิติ ยุคอุตสาหกรรม 4.0 (INDUSTRY 4.0) ถ้าเราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและความสามารถในการปรับตัว รองรับกับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ เทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ปกติของโลกในปัจจุบัน และเราจะรู้จักเขาดีขึ้นเมื่อได้เปรียบเทียบกับที่อื่นๆ โดยเฉพาะในอเมริกาด้วยกันเอง

ในทศวรรษ 50 ถึง 70 ทั้ง Silicon Valley และ Massachusetts หรือ Boston ล้วนเติบโตและได้ประโยชน์ทางด้านดีมานด์จากการใช้จ่ายด้านการทหาร แต่ Silicon Valley เน้นอุตสาหกรรมเฉพาะด้านมากกว่าและเรื่อยมาตั้งแต่อิเล็คทรอนิกส์หรือ Semiconductor, Computer,Computer networking ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์โดยเฉพาะการเกิดของอินเทอร์เน็ตในปลายทศวรรษ 1990

Silicon Valley ไม่ได้ประดิษฐ์ Transistor ซึ่งจริงๆ เป็นผลงานของเบลล์แล็ปของ AT&T ในปี 1948 แต่หลายอย่างไปต่อยอดและเติบโต ในเชิงพาณิชกรรมที่แคลิฟอเนียร์ ที่น่าสนใจคือบริษัทใหญ่ๆ ของอเมริกา เช่น IBM, Wang, Digital Computer, Data general อยู่ทางตะวันออก พอถึงยุค Reagan แม่เหล็กหรือศูนย์กลางธุรกิจคอมพิวเตอร์ย้ายไปที่ Silicon Valley

ทศวรรษ 1980 ทั้ง Silicon Valley และ Massachusetts ล้วนเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจขาลง คนส่วนใหญ่เชื่อว่า Silicon Valley ถึงจุดจบแล้ว คงไม่สามารถหาอะไรใหม่ๆ มาเล่นได้ซึ่งผิดถนัด ทศวรรษ 1990 เป็นที่ทราบกันดี มีอะไรใหม่ๆ ให้เล่นอีกเสมอ (ทุกๆ 10-20 ปี แม้ฟองสบู่ดอทคอมจะแตกในช่วงปี 2000) จนถึงวันนี้เช่นการปฏิวัติอินเทอร์เน็ต

ทศวรรษ 1990 Boston และเมืองอื่นๆ ใน Massachusetts สามารถเกิดใหม่ได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจใหม่เด่นทางการแพทย์ทางไบโอเทค (ใน Worcester) ขณะที่ Boston สามารถรักษาแก่นของธุรกิจบริการด้านสนับสนุน เช่น การเงิน กฎหมาย การบัญชี การโฆษณา แต่ที่แน่ๆ  Massachusetts ได้สูญเสียความเป็นผู้นำทางด้านอิเล็คทรอนิกส์ให้แก่ Silicon Valley ไปเรียบร้อย

ชัยชนะของ Silicon Valley เหนือ Boston เกิดจากการที่บริษัทใน Silicon Valley สามารถออกแบบระบบอุตสาหกรรม ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งเป็นโลกของไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (Micro electronics),ไมโครโปรเซสเซอร์ (Microprocessor)  ไมโครคอนโทรลเลอร์( Microcontroller) จนมากลายเป็นไมโครคอมพิวเตอร์ (Microcomputer) ซึ่งทำให้การผลิตสามารถแตกแยกย่อย หรือ Fragmentation of production จนมากลายเป็นเทคโนโลยีดิจิทัลและอินเทอร์เน็ต

แต่บริษัทใหญ่ๆ ในภาคตะวันออกของสหรัฐยังยึดติดกับโลกทัศน์เก่า ซึ่งระบบอุตสาหกรรมยังเป็นระบบที่ทุกขั้นตอนรวมตัวกันในแนวดิ่ง Vertically integrated firm ซึ่งเป็นระบบอุตสาหกรรมหรือธุรกิจขนาดใหญ่ๆ ที่ให้ความสำคัญกับความลับ ความถาวร ความไม่ลื่นไหลของคนข่าวสารข้อมูล

ยุคอุตสาหกรรม 4.0 (INDUSTRY 4.0)  ที่เกิดขึ้นที่ Silicon Valley ซึ่งเป็นระบบที่ธุรกิจร่วมมือกันในรูปแบบที่หลากหลาย ทั้งทางด้านการผลิตและสังคม แรงงานและคนลื่นไหลจากบริษัทหนึ่งไปสู่บริษัทหนึ่ง โดยเฉพาะการออกไปตั้งบริษัทใหม่ หรือ Start up เห็นได้ชัดว่า Start up ที่ Silicon Valley สูงกว่าที่  Massachusetts ไม่ใช่เพียงที่ว่า Start up ของสหรัฐสูงกว่ายุโรปดังที่ได้กล่าวมาแล้ว

ความแตกต่างของระบบอุตสาหกรรม หรือลักษณะของเทคโนโลยีดิจิทัลและอินเทอร์เน็ต รวมทั้งระบบ Network นี้เอง ส่งผลต่ออัตราการเปลี่ยนแปลงทางด้านนวัตกรรมและมิติด้านเทคโนโลยีอื่นๆ เพื่อต้อนรับเข้าสู้ยุคของการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 หรือ ยุคอุตสาหกรรม 4.0 (INDUSTRY 4.0)

Cr.ข่าวกรุงเทพธุรกิจ