กล้องไอพี & เครื่องใช้ไฟฟ้า IPv6

ปัจจุบันตลาดกล้องวงจรปิด หรือ CCTV ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญต่อกล้องไอพี (IP Camera) มากขึ้น โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดในปัจจุบันประมาณ 37% และคาดว่าจะเพิ่มสัดส่วนเป็น 60% ทั้งนี้ ภูมิภาคเอเชียถือได้ว่ามีอัตราการเจริญเติบโตของ กล้อง IP Camera ในปริมาณที่สูง และกำลังเพิ่มสัดส่วนอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับตลาดในแถบยุโรปที่ใช้กล้องแบบนี้มานานแล้ว ส่วนตลาดในเมืองไทยปัจจุบันคาดว่าจะมีสัดส่วนของกล้องไอพี ประมาณ 20% และมีการเจริญเติบโต 25% ต่อปี แต่ในไม่ช้าประเทศไทยกำลังพัฒนาไปสู่เทคโนโลยีเครือข่ายอินเทอร์เน็ต IPv6 ที่กำลังมาแทนที่ IPv4 ที่กำลังจะใช้หมดไป

ปัจจุบัน IP Address Version 4 ซึ่งเป็นมาตรฐานปัจจุบันที่เรากำลังใช้อยู่นั้นเหลือจำนวนน้อยลงทุกที เนื่องจากอัตราการเติบโตของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนั่นเอง IPv6 ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองการใช้งานและอัตราการขยายตัวของการใช้งานเครือข่ายอินเทอร์เน็ต  IPv6 จะกลายเป็นรูปแบบการเชื่อมต่อมาตรฐานแทน IPv4 การนำ IPv6 เข้ามาใช้งานจะต้องใช้ความสามารถทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และบุคลากร

โลกของเราเปลี่ยนไปมากขึ้นจาก 15 ปีที่ผ่านมา ที่เราใช้ IPv4 เหลือจำนวนน้อยลงทุกที ซึ่ง ณ วันนี้ IPv6 สามารถตอบโจทย์ในอนาคตได้ 100 % เนื่องจากอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าของบริษัทต่าง ๆ จะเชื่อมต่อผ่าน IP ดังนั้น แนวโน้มของการพัฒนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในอนาคต เช่น โทรศัพท์ มือถือ PDA เครื่องเล่นเกมส์ ตู้เย็น โทรทัศน์ ไมโครเวฟ ระบบกล้องวงจรปิด กล้องไอพี (IP Camera)  เครือข่ายไร้สาย Zigbee ฯลฯ เครื่องใช้ไฟฟ้าจะมีความสามารถ ในการสื่อสารและเชื่อมต่อเข้ากับอินเทอร์เน็ตได้เหมือนกับคอมพิวเตอร์ ทำให้อุปกรณ์เหล่านี้ต่างก็ต้องการมี IP Address เป็นของตนเอง

เทคโนโลยีของ IPv6 ถือเป็นเทคโนโลยีที่สามารถรองรับการให้บริการด้าน Social Media ที่มากขึ้น ความแตกต่างระหว่าง IPv4 กับ IPv6 เรื่องแรกคือการวางโครงข่าย ซึ่ง IPv4 จะมีการวางโครงข่ายที่ไม่เยอะ แต่ถ้า IPv6 เข้ามาก็จะทำให้โครงข่ายใหญ่ขึ้น สามารถรองรับระบบการทำงานได้ดีขึ้น IPv6 จึงถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาจำนวน IP Address ที่กำลังจะหมดไป และเพิ่มขีดความสามารถ บางอย่างให้ดีขึ้นกว่าเดิม เช่น ความสามารถในด้าน Routing และ Network Autoconfiguration ซึ่งการเปลี่ยนแปลงมาเป็น IPv6 อย่างช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไป ให้ทั้งสองเวอร์ชั่นสามารถทำงานร่วมกันได้ เพื่อที่จะได้ไม่เกิดผลกระทบต่อผู้บริโภคที่ใช้งาน

การยอมรับและนำมาใช้ของ IPv6 ทั่วโลก เนื่องจากอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า เทคโนโลยีต่างๆ ในอนาคตจะมีการพัฒนาขึ้นมาให้ใช้ IP Address เพื่อติดต่อสื่อสารเข้ากับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้แล้ว เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและทันสมัยให้กับการใช้ชีวิตของเราเพิ่มขึ้น เช่น การผลิตตู้เย็นที่รองรับมาตรฐาน IPv6 จะช่วยให้ตู้เย็นสามารถสแกนได้ว่า อาหารใดกำลังจะหมดอายุ และเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไปยังร้านค้า เพื่อสั่งซื้อสินค้าได้โดยตรง หรือ การติดตั้ง กล้อง IP Camera ระบบกล้องวงจรปิดตามบ้างเรือนที่รองรับมาตรฐาน IPv6 จะช่วยตรวจจับสิ่งไม่พึงประสงค์และเชื่อต่ออินเตอร์เน็ตเพื่อแจ้งเหตุการณ์ในทันที เป็นต้น

นอกจากนี้แล้ว การติดตั้งเครื่องมือตรวสอบสภาพอากาศ กล้องไอพี(IP Camera) และระบุตำแหน่งไว้บนรถแท็กซี่ทุกคันรองรับมาตรฐาน IPv6  เมื่อแท็กซี่วิ่งไปยังตำแหน่งใดจะทำให้ตรวจสอบได้ว่า บริเวณนั้นมีสภาพอากาศเป็นอย่างไร มีฝุ่นละอองมากหรือไม่ และมีการรับ-ส่งข้อมูลผ่านระบบคลาวด์ ทำให้ทางการสามารถควบคุมสภาพของเมืองได้ง่ายขึ้น ทำให้ผู้เชี่ยวชาญต้องร่วมมือกันพัฒนา มาตรฐาน IPv6 ขึ้นมารองรับความต้องการในจุดนั้น

ดังนั้น ปัจจุบัน หลายๆ ประเทศได้แสดงเจตนารมน์ที่จะทำการอัพเกรดเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตให้เป็น IPv6 แล้วรองรับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ  เช่น กระทรวงกลาโหมสหรัฐ ได้ประกาศว่า จะสนับสนุนเทคโนโลยีเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมาตรฐานปัจจุบันและผสมผสานการใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตมาตรฐาน IPv6 ในปี 2008 รองรับตลาดอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  ในเอเชียเอง จีน ไต้หวัน และเกาหลีใต้ก็ส่งสัญญาณว่าจะอัพเกรดเทคโนโลยีให้รองรับ IPv6 ได้เช่นเดียวกัน แต่ญี่ปุ่นคือผู้นำในด้านนี้ รัฐบาลมีโครงการ e-Japan ที่จะสร้างเครือข่ายให้ครอบคลุมทั่วประเทศเพื่อให้อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า กล้อง IP Camera สามารถสื่อสารกันได้

Cr.ข่าวแบไต๋