ไมโครซอฟท์ คลาวด์

นายอรพงศ์ เทียนเงิน บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เพื่อสนับสนุนและสร้างศักยภาพให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ชาวไทยรวมถึงชุมชนนักพัฒนาซอฟต์แวร์ในประเทศไทย ไมโครซอฟท์ได้จัดงาน Thailand Developer Day โดยมีนักพัฒนาซอฟต์แวร์กว่า 1,000 คนเข้าร่วมงาน อย่างไรก็ตาม งานดังกล่าวถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากงาน Build 2016 ที่จัดเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ณ เมืองซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา ซึ่งไมโครซอฟท์ ต้องการนำเสนอเทคโนโลยีที่มีอยู่คือไมโครซอฟท์ คลาวด์ (Microsoft Cloud) เพื่อเพิ่มโอกาสให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์และธุรกิจองค์กร

นอกจากนี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไมโครซอฟท์ ยังได้ประกาศว่า ประเทศไทยจะเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับการสนับสนุนจากไมโครซอฟท์ ในการบริจาคเทคโนโลยีคลาวด์ รวมมูลค่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 36,000 ล้านบาท) ซึ่งไมโครซอฟท์จะมอบไมโครซอฟท์ คลาวด์ (Microsoft Cloud) ให้กับองค์กรไม่แสวงผลกำไรและนักวิจัยของมหาวิทยาลัยต่างๆ ในระยะเวลา 3 ปีนี้ พัฒนาผ่าน ตัวรับสัญญาณ WiFi หรือโมบายอินเตอร์เน็ต

โดยองค์กรไม่แสวงผลกำไรในประเทศไทยที่จะได้รับประโยชน์ดังกล่าว คาดว่าจะมีไม่ต่ำกว่า 50 แห่ง ซึ่งไมโครซอฟท์จะจัดตั้งหน่วยงานในชื่อไมโครซอฟท์ ฟิแลนทรอฟีส์ (Microsoft Philanthropies) เพื่อทำงานด้านการช่วยเหลือสังคมสื่อสารผ่าน ตัวรับสัญญาณ WiFi (USB WiFi) หรือโมบายอินเตอร์เน็ต โดยใช้เทคโนโลยีไมโครซอฟท์ คลาวด์ (Microsoft Cloud) ซึ่งคาดว่าจะมีองค์กรต่างๆ ได้ใช้ประโยชน์มากถึง 70,000 แห่งทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม ภารกิจของไมโครซอฟท์คือการสนับสนุนให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์สามารถใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มของไมโครซอฟท์ คลาวด์ (Microsoft Cloud) ที่สำคัญเพื่อช่วยให้พวกเขาได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์และสร้างการเปลี่ยนแปลงให้โลก ขณะเดียวกันก็ยังคงพัฒนาบริการเพื่อตอบสนองการใช้งานหลายหน้าจอของผู้บริโภค ซึ่งเป็นเทรนด์ที่เห็นได้ชัดเจนในปัจจุบันและมุ่งสู่อนาคตต่อไป รวมถึงความต้องการใช้งานเทคโนโลยีคลาวด์ผ่าน ตัวรับสัญญาณ WiFi (USB WiFi) หรือ โมบายอินเตอร์เน็ต ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จากการใช้งานเว็บไซต์ อุปกรณ์อินเตอร์เน็ต IoT โมบายอินเตอร์เน็ต ตัวรับสัญญาณ WiFi ไวไฟพกพา(Pocket WiFi) และเว็บแอพพลิเคชั่น SaaS (ที่ผู้ใช้สามารถเรียกใช้บริการต่างๆซอฟแวร์ผ่านทางเว็บ โดยผู้ใช้ไม่ต้องสนใจเลยว่าซอฟต์แวร์ที่ใช้อยู่มี host อยู่ที่ไหน,ใช้ OS อะไร หรือว่ามันถูกเขียนขึ้นมาโดยใช้ภาษาคอมพิวเตอร์อะไร และก็ไม่ต้อง install โปรแกรมไว้บนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้อยู่เลย ตัวอย่างของ Saas ที่เราพบเห็นกันได้ในชีวิตประจำวันก็อย่างเช่น web-based email service ต่างๆอย่าง) ซึ่งไมโครซอฟท์ได้พัฒนาแพลตฟอร์มคลาวด์อัจฉริยะหรือที่เรียกว่า ไมโครซอฟท์ คลาวด์ (Microsoft Cloud) เพื่อรองรับและตอบสนองทุกการใช้งาน

ทั้งนี้ แพลตฟอร์มไมโครซอฟท์ คลาวด์ (Microsoft Cloud) ล่าสุดที่ไมโครซอฟท์ได้พัฒนาขึ้นเพื่อเชื่อมโยงผู้คนภายในสังคมและโลก คือ คอนเวอร์เซชั่น แอส อะ แพลตฟอร์ม (Conversation as a Platform) โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากกระบวนการสื่อสารของมนุษย์รวมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ผ่าน ตัวรับสัญญาณ WiFi (USB WiFi) หรือ โมบายอินเตอร์เน็ตเพื่อทำให้การพูดกลายเป็นเครื่องมือทรงพลัง

นายสัตยา นาเดลลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมโครซอฟท์ เปิดเผยว่า ปัจจุบัน มีอุปกรณ์อินเตอร์เน็ต IoT โมบายอินเตอร์เน็ต และ ตัวรับสัญญาณ WiFi กว่า 280 ล้านเครื่อง ที่ใช้งานบนระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 10 ถือว่าเรากำลังเข้าสู่โลกที่เรียกว่าโมบาย เฟิร์ส และคลาวด์ เฟิร์ส (Mobile First , Cloud First) ทำให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์มีบทบาทสำคัญในการนำเทคโนโลยีดิจิตอลไมโครซอฟท์ คลาวด์ (Microsoft Cloud) สู่องค์กรเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ

Cr.ข่าวไทยรัฐ