มารู้จัก เครื่องอ่านบารโค้ด กัน

มารู้จัก เครื่องอ่านบารโค้ด กัน


ปัจจุบันนี้หากว่าคุณเป็นคนๆ หนึ่งที่ประกอบธุรกิจ หรือ เป็นผู้ที่ผลิตสินค้าจำหน่ายเอง ไม่ว่าคุณจะประกอบธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมการผลิต, การขนส่ง (โลจิสติกส์) และค้าปลีก ก็ตาม ย่อมต้องมี บาร์โค้ด (barcode) สำหรับบันทึกข้อมูลและรายละเอียดต่างๆของสินค้านั้นๆ รวมไปถึง เพื่อแสดงรหัสของสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ เหล่านั้น เช่น เครื่องอุปโภคบริโภค เครื่องใช้สำนักงาน เป็นต้น โดยลักษณะการใช้งานจะมีการต่อระบบคอมพิวเตอร์ กับ เครื่องยิงบาร์โค้ด (Barcode Reader) เข้าด้วยกัน แล้วเจ้าเครื่องยิงบาร์โค้ดนั้นมีกี่ประเภทละ ?


เครื่องยิงบาร์โค้ด หัวอ่านชนิดต่าง ๆ
เครื่องอ่านบาร์โค้ด (barcode scanner) หรือเครื่องยิงบาร์โค้ด หัวอ่านแบบ CCD มีราคาถูก หลักการทำงานคือจะอาศัยการสะท้อนของแสงจากรหัสแท่งบารโค้ดและช่องว่างแล้วจะเปลี่ยนเป็นสัญญาณวิดีโอ มีความแม่นยำสูง สามารถอ่านบาร์โค้ดที่มีขนาดเล็ก อาทิเช่น ขวดน้ำปลาขนาดเล็ก ฉลากยาขวดเล็กๆ แต่ใช้พลังงานน้อย มีอายุการใช้งานที่คงทนยาวนาน มีการตัดวงจรการทำงานอัตโนมัติเมื่อไม่มีการใช้งาน


เครื่องยิงบาร์โค้ด (Barcode Reader) หัวอ่านแบบ linear Imaging จะทำงานโดยการจับภาพโดยเลนซ์รับภาพเช่นเดียวกันกับกล้องถ่ายรูป สามารถอ่านบาร์โค้ดที่มีขนาดเล็กได้ อ่านได้เร็ว มีความเร็วในการอ่านได้ดีกว่าแบบ CCD มีความทนทานอ่านได้ระยะไกลเท่ากับเครื่องอ่านบาร์โค้ด (barcode scanner) แบบเลเซอร์


เครื่องอ่านบาร์โค้ด (barcode scanner) หัวอ่านแบบเลเซอร์ วิธีการทำงานคือเมื่อกดปุ่มเครื่องยิงบาร์โค้ดอ่านรหัสจะเกิดแสงเลเซอร์แล้วจะมีกระจกเงาเคลื่อนที่มารับแสงสะท้อนไปตกกระทบกับรหัสแท่งบารโค้ด และจะผ่านเป็นแนวเส้นตรงโดยครั้งเดียว อ่านรหัสที่มีขนาดเล็กได้เช่นกัน


เครื่องยิงบาร์โค้ด ที่นำมาใช้งานในไทย
เครื่องยิงบาร์โค้ด (Barcode Reader) ที่นำมาใช้งานนั้น มีทั้งแบบดังเดิม เป็น เครืองอ่านบาร์โค้ด (barcode scanner) แบบสัมผัส หลักการใช้งานคือเวลาอ่านต้องสัมผัสกับผิวหน้าของรหัสแท่ง ถัดมาเป็นแบบ เครื่องสแกนบาร์โค้ด (barcode scanner) แบบไม่สัมผัส ซึ่งจะมีหลายรูปแบบจากแบบง่ายๆ มีลักษณะเหมือนเครื่องยิงบาร์โค้ดตามร้านค้าทั่วไป ร้านสะดวกซื้อ ซุปเปอร์มาร์เก็ต หรือห้างสรรพสินค้า จนถึงเครื่องอ่านบาร์โค้ด แบบพกพา (Barcode Reader) หรือ คอมพิวเตอร์พกพาที่มาพร้อมเครื่องสแกนบาร์โค้ดในตัว อ่านโดยห่างจากรหัสแท่งบาร์โค้ดได้ ทำงานได้ง่าย สะดวกรวดเร็ว


นอกจากนี้ยังมีทีนิยมใช้ในห้างสรรพสินค้าซุปเปอร์มาร์เก็ต เป็น เครื่องสแกนบาร์โค้ด (barcode scanner) แบบยึดติดกับที่ ซึ่งไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ส่วนมากจะทำการติดตั้งกับตำแหน่งที่เหมาะสมของสายสะพานลำเลียงเพื่ออ่านรหัสแท่งบาร์โค้ดที่ติดกับสินค้าเคลื่อนผ่านไปยังระบบสายพานลำเลียง และจะเห็นตามเคาเตอร์แคชเชียร์ในการคิดเงิน ปัจจุบันมีเครื่องสแกนบาร์โค้ด ไร้สาย (barcode scanner) แบบพกพา (Portable) มีทั้งแบบบันทึกในตัวเหมือนเครืองคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กและเป็นแบบเครื่องสแกนบาร์โค้ด ไร้สาย ที่เชื่อมต่อกับไวไฟ (WiFi) มีหน่วยความจำในตัวเครื่องเก็บข้อมูลที่อ่านและบันทึกด้วยปุ่มกด พกพาได้ง่ายสะดวก มีน้ำหนักเบา


ความหมาย เลขรหัสบาร์โค้ด
สินค้าที่นำเข้าหลายชนิดจากต่างประเทศ เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง และไต้หวัน เลขรหัสบาร์โค้ดอาจมีรูปร่างหน้าตาคล้ายกัน โดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูป อีกทั้งอาจใช้ภาษาบนซองไม่ตรงกับภาษาของประเทศผู้ผลิต เช่น สาหร่ายอบแห้ง เหล้าผลไม้ต่างๆ ซึ่งประเทศต่างๆ ที่เป็นเจ้าของสินค้าเหล่านี้อาจจะเป็นส่วนประกอบหลักให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์นั้นๆ ก็ได้ ทั้งนี้ เลขรหัสบาร์โค้ดดังกล่าวเป็นเพียงการระบุว่าบริษัทนั้นจดทะเบียนหรือมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ ประเทศใด ส่วนการผลิตจริงๆ อาจจะไปผลิตที่ไหนในโลกนี้ก็ได้ ดังนั้นเลขดังกล่าวเป็นเหมือนการระบุสัญชาติของสินค้าเบื้องต้นเท่านั้น


สำหรับบาร์โค้ดในประเทศไทยเริ่มนำมาใช้อย่างจริงจัง โดยมีสถาบันสัญลักษณ์รหัสแท่งไทย (Thai Article Numbering Council) หรือ TANC เป็นองค์กรตัวแทน EAN ภายใต้การดูแลของสภาอุตสาหกรรมกรรมแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ ระบบ EAN ที่ประเทศไทยใช้นั้นจะมีลักษณะเป็นเลขชุด 13 หลัก ซึ่งมีความหมายดังนี้

 

885    : ตัวเลข 3 หลักแรก คือรหัสของประเทศไทย

xxxx   : ตัวเลข 4 ตัวถัดมา เป็นรหัสโรงงานที่ผลิต หรือรหัสสมาชิก

xxxxx  : 5 ตัวถัดมา เป็นรหัสสินค้า

x          : ตัวเลขหลักสุดท้ายเป็นตัวเลขตรวจสอบ เลข 12 ข้างหน้าว่ากำหนดถูกต้องหรือไม่ ถ้าตัวสุดท้ายผิด บาร์โค้ดตัวนั้นจะอ่านไม่ออก สื่อความหมายไม่ได้


Cr.คลังบทความ RBS,กระปุก