บัตรเดบิต ANY ID

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เดินหน้าผลักดันบริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จำกัด(ITMX) ทำหน้าที่ตัวกลางเชื่อมระบบทำบัตรเดบิต ANY ID บัตรเดียวเปิดบัญชีโอนเงิน และชำระเงินสนองนโยบายอีเพย์เมนต์ (National e-Payment ) ยกระดับระบบชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment ) ชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ครบวงจร

นางทองอุไร ลิ้มปิติ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า หลังจากมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (Nationale-Payment ) แล้ว ต่อไปคือการทำโครงสร้างพื้นฐานรองรับระบบบัตรเดบิต ANY ID

บัตรเดบิต ANY ID ซึ่งจะทำให้ประชาชนสามารถลงทะเบียนเพื่อเปิดบัญชีหลัก และคาดว่าหน่วยงานที่จะทำหน้าที่เป็นผู้รับลงทะเบียน น่าจะเป็นบริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จำกัด(ITMX) ซึ่งมีธนาคารพาณิชย์ในประเทศหลายแห่งร่วมจัดตั้งขึ้นมากว่า 10 ปีแล้ว เป็นตัวกลางส่งผ่านข้อมูลคำขออนุมัติและตัดยอดเงิน หรือเป็น Switcher ได้ก็น่าจะดี สามารถวางใจเรื่องความปลอดภัยได้

ส่วนลำดับต่อไป คือการทำให้ทุกร้านค้ามีเครื่องรูดบัตร (Magnetic Card Reader) หรือ EDC (Electronic Data Capture) ให้สามารถอ่านโค้ดแถบแม่เหล็กจากบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งต่อไปจะสามารถทำหน้าที่เป็นกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Purse) ได้ เพราะในอนาคตรัฐจะใส่เงินสวัสดิการที่จัดสรรให้ไว้ในบัตรเดบิต ANY ID นี้

อีกทั้ง ประชาชนจะสามารถรูดบัตรซื้อสินค้าและบริการด้วยบัตรประชาชนผ่านเครื่องรูดบัตร (Magnetic Card Reader)ได้ ซึ่งต้องทยอยทำ จากปัจจุบันประเทศไทยมีบัตรเดบิตซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเงินอิเล็กทรอนิกส์ในระบบอยู่แล้ว ประมาณ 40-50 ล้านใบ ที่จะพร้อมมีเครื่องรูดบัตร (Magnetic Card Reader) รองรับบัตรเดบิต ANY ID พร้อมทั้งรองรับการรับบัตรสมาร์ทการ์ดแบบไร้สัมผัส (Off Line Contactless Smart Card)ในอนาคต

อย่างไรก็ดี ในเรื่องของค่าธรรมเนียมบัตรเดบิต (ค่าฟี)  ซึ่งปัจจุบันมีประชาชนร้องเรียนเรื่องราคาแพงจำนวนมากนั้น นางทองอุไรกล่าวว่า ค่าธรรมเนียมบัตรเดบิต (ค่าฟี) เป็นสิ่งที่ถูกหยิบยกมาคุยกันเยอะ ซึ่งปัจจุบันค่าธรรมเนียมบัตรเดบิต (ค่าฟี) แทบจะเท่ากับบัตรเครดิต ทั้งที่ค่าธรรมเนียมบัตรเดบิต (ค่าฟี) ควรจะถูกกว่า ดังนั้นเพื่อผลักดันให้บัตรเดบิต ANY ID มีการใช้อย่างแพร่หลาย

เมื่อปี 2556 ธปท.จึงได้ออกเกณฑ์ให้บัตรเดบิตของธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งที่ใช้จ่ายในประเทศมีระบบชำระเงินและตัดยอดผ่านระบบภายในประเทศ หรือโลคอล สวิตชิ่ง ( Local Switching) ซึ่งมีบริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์(ITMX) เป็นผู้ดำเนินการ ไม่ต้องทำผ่านสวิตชิ่งที่เป็นอินเตอร์แบรนด์ ซึ่งก็ทำให้ต้นทุนบัตรเดบิตลดลง และที่ผ่านมาเราให้เวลาแบงก์ปรับตัว รอให้โครงสร้างพื้นฐานระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์สมบูรณ์ แล้วหลังจากนั้นก็น่าจะได้เห็นแบงก์เสนอโปรแกรมดี ๆ สำหรับบัตรเดบิตออกมา

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน สายงานบริหารจัดการทางการเงินเพื่อธุรกิจ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ระหว่างนี้สมาคมธนาคารไทยได้ตัดสินใจที่จะหารือกัน เพื่อสร้างให้เกิด บัตรเดบิตที่ออกใช้ภายใต้แบรนด์ในประเทศ(Local Debit Card Scheme) จากที่ผ่านมามีแต่บัตรเดบิตที่ออกภายใต้แบรนด์ต่างประเทศ เช่น วีซ่า, มาสเตอร์การ์ด, ยูเนียนเพย์ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นพัฒนาการต่อจากที่ประเทศไทยใช้ โลคอล สวิตชิ่ง ( Local Switching) ในบัตรเดบิตทุกใบตั้งแต่ปี 2556 เพื่อรองรับ บัตรเดบิต ANY ID

เรื่องบัตรเดบิตจะมีคนที่เกี่ยวข้องหลัก 4 ฝ่าย ได้แก่ ผู้ออกบัตร เช่น สถาบันการเงินต่าง ๆ, ผู้รับบัตรที่มีเครื่องรูดบัตร (Magnetic Card Reader) เช่น ร้านค้าต่าง ๆ, Scheme ของบัตร และ Switching ดังนั้นหากประเทศไทยสามารถจัดตั้งโลคอล สกิมได้ ก็จะมีประโยชน์ในแง่เมื่อเกิดกรณีโต้แย้งต่าง ๆ เช่น การโอนเงิน-ชำระเงินผิด หรือการกระทำที่ไม่ถูกต้องใด ๆ ก็จะสามารถมีแนวทางในการจัดการหรือตัดสินภายในประเทศได้เลย ต่างจากที่ผ่านมาหากเกิดกรณีขัดแย้งก็ต้องเข้ากระบวนการของต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม เรื่องกติกาของโลคอล สกิม ยังอยู่ระหว่างการหารือกันภายในสมาคมแบงก์กับ ธปท

Cr.ข่าวประชาติธุรกิจ