บัตรเครดิต ยุคดิจิตอล

บัตรเครดิต ยุคดิจิตอล


เมื่อบัตรเครดิตเป็นสิ่งจำเป็นและเป็นเครื่องอำนวยความสะดวกที่ใคร ๆ ก็นิยมใช้แทนเงินสด แค่รูดบัตรผ่านเครื่องรูดบัตร จ่ายสินค้าที่ห้างด้วยเครื่องสแกนบาร์โค้ด จึงเกิดการใช้จ่ายบัตรเครดิตมากมาย ทำให้ภาพรวมธุรกิจด้านบัตรเครดิตในประเทศไทยมีอัตราการเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จากข้อมูลการใช้จ่ายบัตรเครดิตจากธนาคารแห่งประเทศไทย ณ เดือนมิถุนายน 2559 ในประเทศไทยเรามีบัตรเครดิตถึงจำนวน 22.5 ล้านบัตร และมีปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตไม่ว่าจะเป็นเครื่องรูดบัตรหรือผ่านอินเตอร์เน็ตทั้งสิ้น 748,000 ล้านบาท ซึ่งมีการใช้จ่ายในประเทศมีมูลค่ามากถึง 685,000 ล้านบาท และการจับจ่ายใช้จ่ายต่างประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่มีมูลค่ารวมถึง 63,000 ล้านบาท

จากการรายงานของธนาคารกสิกรไทยพบว่า 5 หมวดที่มีการใช้จ่ายสูงสุดผ่านบัตรเครดิต  ได้แก่

   1. ช้อปปิ้ง
   2.ท่องเที่ยว
   3.สถานบริการน้ำมัน
   4.สุขภาพและการรักษาพยาบาล
   5.บ้านและของแต่งบ้าน

สำหรับไลฟ์สไตล์ของผู้คนในยุคดิจิตอลมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี บัตรเครดิตที่เคยเป็นเรื่องทันสมัยตอนนี้ก็ดูเหมือนกำลังจะเป็นของล้าสมัยไปแล้ว เมื่อการทำธุรกรรมทางการเงิน การใช้จ่าย รวมถึงการเข้าถึงบริการต่างๆสามารถใช้บริการผ่านระบบออนไลน์ ทั้งบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต มือถือ ทั้งสมาร์ทโฟน และแอนดรอยด์ ที่เป็นจุดเริ่มต้นให้ธนาคารและบริษัทบัตรเครดิตต้องพยายามพัฒนาระบบปฏิบัติการรวมถึงแอพพลิเคชั่นต่างๆให้ทันสมัย ตอบสนองความต้องการของลูกค้าหรือผู้บริโภคให้ได้


ธีรยุทธ์ สิริกุลวิริยะวาณิช ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานดิจิตอลมาร์เก็ตติ้ง บริษัทบัตรเครดิตกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เคทีซี บอกว่า การพัฒนาเว็บ แอพพลิเคชั่น (Web Application) ของบริษัทบัตรเครดิต หัวใจสำคัญก็คือ เพื่อตอบสนองความต้องการของสมาชิกผู้ถือบัตร ให้สามารถบริหารจัดการการเงินได้คล่องตัว

“ต้องยอมรับว่า เทคโนโลยีต่างๆมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่บริษัทเคยทำระบบที่เรียกว่า Click KTC ให้ผู้ถือบัตรเรียกดูข้อมูลบัญชีของบัตรที่ถืออยู่ได้ทุกประเภท ทั้งรายการรูดบัตรเครดิต ดูคะแนนสะสม ดูโปรโมชั่นต่างๆ เพิ่มวงเงิน เพียงแค่คลิก (Click) ก็สามารถที่จะจัดการเรื่องทั้งหมดได้ โดยใช้แค่ Username และ Password”

ธีรยุทธ์ บอกว่า ที่ผ่านมามีการพัฒนาระบบที่เรียกว่า Virtual Credit Card หรือบัตรเครดิตเสมือนจริงคำว่าเสมือนจริงก็คือไม่มีตัวบัตรจริงๆ แต่มีผู้ถือบัตรที่สามารถทำธุรกรรมการเงินผ่าน เครื่องอ่านบัตร ไม่ว่าจะเป็นโอนเงิน ถอนเงิน หรือใช้จ่ายซื้อสินค้าบนออนไลน์ โดยสามารถสร้างบัตรของตัวเองที่เป็น Virtual Credit Card ได้ 1 ใบ เป็นโมเดลที่มีการให้บริการในต่างประเทศมานานแล้ว

“ที่น่าสนใจขณะนี้ไม่ใช่เรื่องของการทำธุรกรรมการเงินผ่านระบบออนไลน์เท่านั้น ปีที่แล้วในวงการธุรกิจการเงินและบัตรเครดิตมีการพูดถึงเรื่องของ อี-วอลเล็ต (e-Wallet) อย่างกว้างขวางมากขึ้นในต่างประเทศ ขณะนี้ ไปไกลถึงขนาดที่เงินในกระเป๋าเงินส่วนใหญ่ถูกโอนย้ายเข้าไปอยู่ในกระเป๋าเงิน ดิจิตอล หรือดิจิตอล วอลเล็ต (Digital Wallet) ที่เรา สามารถจะบริหารจัดการกระเป๋าเงินใบใหม่ในระบบออนไลน์ได้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในโลกก็ตาม”

ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารเคทีซี ยังบอกด้วยว่า กระเป๋าเงินดิจิตอล ที่ว่านี้ มีการพัฒนามาจากการเปิดตัวของ แอปเปิล เปย์ (Apple Pay) เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้เกิดกระแสสั่นสะเทือนวงการเงินในโลกดิจิตอลไม่น้อย อาจถือได้ว่าเป็นเจ้าแรกของการบุกเบิกเรื่อง ดิจิตอล วอลเล็ต หรือกระเป๋าเงินดิจิตอลก็ว่าได้ และแอปเปิลเองก็เตรียมพร้อมที่จะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ด้วยโมเดลที่คล้ายกับในสหรัฐอเมริกา ตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ทั้งบริษัทบัตรเครดิตและผู้ที่ถือบัตรเครดิตต้องเตรียมพร้อม

“ผมมองว่าการพัฒนาของ อี-วอลเล็ต (e-Wallet) ที่จะกลายเป็นการใช้จ่ายรูปแบบใหม่ เมื่อนำมาผสมผสานกับบัตรเครดิต อนาคตเราก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องพกบัตรเครดิตหรือกลัวการปลอมแปลง แฮ็กข้อมูลในบัตรเครดิต หรืออะไรที่เป็นการโจรกรรมข้อมูลในบัตรเครดิตอีกต่อไป” ธีรยุทธ์บอก พร้อมกับอธิบายให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นอีกว่า ที่ไม่ต้องกังวลเรื่องที่ว่านั้น ก็เพราะบัตรเครดิตจะย้ายมาอยู่บนโมบาย และโมบายกลายเป็นบัตรเครดิตที่สามารถไปแตะกับ เครื่องรูดบัตร ที่รับชำระบัตรเครดิตเพื่อชำระเงินได้ อันนี้เป็นเทรนด์ที่น่าสนใจมาก

ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารเคทีซี ยังบอกด้วยว่า แต่ระบบว่านี้ยังไม่แพร่หลายมากนักในเมืองไทย เนื่องจากร้านค้าต่างๆยังไม่มีเครื่องอ่านที่รองรับการใช้งานผ่านแพล็ตฟอร์มนี้ แต่เชื่อว่าอีกไม่นานก็น่าจะมีการเปลี่ยนแปลง เพราะเป็นเทรนด์ที่มาเร็วมาก

นอกจากกระเป๋าเงินดิจิตอล (Digital Wallet) แล้ว ในอนาคตโลกการใช้จ่ายและการทำธุรกรรมทางการเงินของมนุษย์ออนไลน์จะก้าวไปสู่ความเป็น ดิจิตอล เพอร์ส (Digital Purse) หรือ ดิจิตอล เพอร์เชส (Digital Purchases) ที่เป็นเสมือนการบริหารจัดการทาง การเงินบนดิจิตอล เมื่อถึงเวลานั้น ผู้บริโภคจะสามารถบริหารจัดการและทำธุรกรรมการเงินต่างๆทั้งโอนเงิน จ่ายเงิน ชำระค่าสินค้าและบริการ ดูข้อมูลต่างๆด้านการเงินผ่านระบบออนไลน์ทั้งหมด ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในโลก

ฟังแล้วอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ อนาคตของมนุษย์ในโลกออนไลน์ จะไม่มีทั้งเงินสด บัตรเอทีเอ็ม บัตรเครดิต ฯลฯ มีแค่โทรศัพท์มือถือเครื่องเดียว...ก็เนรมิตทุกอย่างได้

Cr.ไทยรัฐ