สื่อสารไร้สายด้วย LED

สื่อสารไร้สายด้วย LED


ยุคการสื่อสารไร้สายที่คลื่นวิทยุหนาแน่นและอัดอยู่รอบข้างตัวจนไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ต สัญญาณไวไฟ สัญญาณมือถือเป็นระบบสื่อสารครบวงจรแล้วนี้ พลันที่ไฟแอลอีดี (LED) ปัจจัยเศรษฐกิจตัวใหม่ที่ให้แสงสว่างอยู่ทั่วไปมากมายกว่าเจ็ดพันล้านหลอด อันเป็นจำนวนที่คาดการณ์เพียงเท่าประชากรโลก ก็ได้ทำให้วงการสื่อสารไร้สายเห็นอนาคตตลาดขนาดมหึมาของแสงนำพาข่าวสาร ผ่านหลอดแอลอีดี(LED) หลอดไฟอัตโนมัติ เทคโลโยยีใหม่ล่าสุด ไลไฟ (LiFi)  รับส่งข้อมูลข่าวสารผ่านหลอดไฟแอลอีดี (LED) แทนการใช้งานผ่านสัญญาณไวไฟ (WiFi)

ไลไฟ (LiFi) อินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยในสกอตแลนด์ แฮโรลด์ ฮาส ประดิษฐ์ ไลไฟ (LiFi) อินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงที่ส่งผ่านข้อมูลด้วยการเปิดปิดหลอดไฟเหมือน ไฟอัตโนมัติ (Motion Sensor Light)  ศาสตราจารย์แฮโรลด์ ฮาส จากมหาวิทยาลัยเอดินบะระ ในสกอตแลนด์ ได้ประดิษฐ์ ไลไฟ (LiFi) เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตไร้สายรูปแบบใหม่ ด้วยการใช้แสงไฟกะพริบจากหลอดไฟแอลอีดี (LED)ในการส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีความเร็วกว่าสัญญาณ WiFi ถึง 100 เท่า โดยลักษณะการทำงานของเครื่องส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตไร้สาย ไลไฟ (LiFi) จะคล้ายกับการส่งสัญญาณรหัสมอส โดยใช้การเปิด-ปิดหลอดไฟด้วยความเร็วสูง ซึ่งทำให้สื่อสารไร้สายด้วย LED สามารถส่งข้อมูลไร้สายด้วยความเร็วถึง 224 กิกะบิต/วินาที หรือหมายความว่าเราสามารถที่จะดาวน์โหลดภาพยนตร์ขนาด 1.5 กิกะไบต์ จำนวนถึง 18 เรื่อง ได้ภายในเวลาแค่ 1 วินาทีเลยทีเดียว

เทคโนโลยี่ สื่อสารด้วยแสง
การสื่อสารไร้สายด้วยแสงช่วยสื่อข่าวสารไปยังผู้รับมิใช่เรื่องใหม่ เคยเกิดมาในยุคแรกของโทรคมนาคมแล้ว โดย“เบลส์”ผู้ประดิษฐ์โทรศัพท์บ้านก็เคยได้วิจัยนำเสียงส่งผ่านคลื่นลำแสงกว่าร้อยปีเมื่อพ.ศ.2423 เป็นระบบการสื่อสารไร้สายแรกของโลก  “เบลส์” จะรู้สึกดีแค่ไหนหากได้รับรู้ว่าการสื่อสารไร้สายด้วยแสงกำลังกลับมาสื่อสารเพื่อทั้งการให้ความสว่างแล้วยังสามารถรับส่งข้อมูลได้อีกด้วย  ซึ่งก็จะมีโมเดลการใช้สื่อสารไร้สายด้วยแสงอยู่ 3 แบบ

รูปแบบสื่อสารไร้สายด้วยแสง
 1) สื่อสารไร้สายด้วยแสง แบบ “วีแอลซี”(Visible Light Communications) ที่ใช้แสงส่งข้อมูลไม่ว่าจะด้านเดียว (broadcasting) และอื่น ๆ ที่หลากหลาย ในรีโมทต่าง ๆ
 2) สื่อสารไร้สายด้วยแสง แบบ ไลไฟ (LiFi) การสื่อสารด้วยแสงสองทาง (LiFi: Light Fidelity) ที่ถูกนิยามครั้งแรกว่าเหมือนสัญญาณไวไฟ (WiFi) เพียงเปลี่ยนมาใช้แสงจากหลอดไฟแอลอีดี (LED)แทน
 3) สื่อสารไร้สายด้วยแสง แบบ “ฮายไฟ”(HyFi: Hybrid- LiFi) การสื่อสารผสมด้วยแสงที่อาจมีขาขึ้น (uplink) เป็นคลื่นวิทยุทั้งสัญญาณไวไฟ (WiFi) บลูทูธ หรือ โทรศัพท์มือถือก็ได้ แต่ขาลง (downlink) จะมาจากแสงของหลอดแอลอีดี(LED)ที่ให้ความสว่างอยู่นั่นเอง  ซึ่งระบบ Hybrid จะมีเป็นลูกผสม 2 ส่วน คือ ภาคส่งแสงและข้อมูล กับ ภาครับข้อมูล

ลูกผสม 2 ภาคส่งและภาครับข้อมูล
3.1) ภาคส่งแสงและข้อมูล ผู้ผลิตหลอดไฟแอลอีดี (LED)สร้างส่วนสื่อสารข้อมูลร่วมไปด้วยตั้งแต่ต้น เมื่อประชากรโลกเปลี่ยนไปใช้หลอดไฟอัตโนมัติ (LED) เพื่อประหยัดไฟอย่างเดียวแล้วจะเกิดผลดีเพราะอายุของหลอดไฟแอลอีดี (LED)ใช้จนอิ่มนานลืมเปลี่ยนไปได้เลย แล้วหลอดไฟให้ข้อมูลก็เกิดได้เร็วในตลาด
3.2) ภาครับข้อมูล ไลไฟ (LiFi) จะมาเป็นระบบสื่อสารบรอดแบนด์แบบลูกผสม “ฮายไฟ”(HyFi: Hybrid- LiFi) ใช้คลื่นวิทยุขาขึ้นพ่วงใช้สัญญาณโทรศัพท์มือถือ หรือ สัญญาณบลูทูธ สัญญาณไวไฟ (WiFi)

ไลไฟ (LiFi) เครือข่ายปลอดภัย
หากเทคโนโลยีสื่อสารไร้สายด้วยแสง ไลไฟ (LiFi)ตัวนี้ที่พัฒนามาจากหลอดไฟแอลอีดี (LED)สามารถวิจัยจนสามารถใช้งานได้สำเร็จจริงๆ เราอาจจะได้ใช้งานอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงในแทบทุกสถานที่ที่มีแสงสว่างไม่ว่าจะมากหรือ น้อยก็ตาม ทำให้เครือข่ายของเราอาจจะปลอดภัยมากขึ้นเพราะการรับสัญญาณอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงนั้นต้องใช้แสง นั่นเอง แน่นอนว่าไม่สามารถทะลุกำแพงได้เหมือนสัญญาณวิทยุ ก็ถือว่าเหมาะกับการใช้งานในพื้นที่ที่ไม่ใหญ่โตมาก

ตอนนี้ทางฝังเอเชียทั้งจีน ญี่ปุ่น เกาหลีเดินเงียบ หลังจากผลิต หลอดไฟเปิดปิดอัตโนมัติ (Motion Sensor Light) มาก่อนหน้านี้  เห็นเตรียมโผล่ผลิตไฟอัตโนมัติ (Motion Sensor Light) พ่วงอินเทอร์เน็ตไร้ระบบลูกครึ่ง (HyFi) ขาขึ้นพ่วงใช้บลูทูธ(Bluetooth) ไวไฟ (WiFi) หรือโทรศัพท์มือถือ (Smartphone) กันแล้ว ไปดูกันรอบหน้ากับธุรกิจ“ฮายไฟ (HyFi) ” ที่ไม่ต้องคุยโตแต่ขายเอาสตางค์เลยดีกว่า… อนาคตแสงเอเชียส่องขึ้นก่อนแน่นอน

Cr.ข่าว เดลินิวส์,โพสทูเดย์