หลอดไฟอัจฉริยะ LED

โซนี่ (Sony) เจ้าพ่ออิเล็กทรอนิกส์สัญชาติญี่ปุ่น เปิดตัวหลอดไฟอัจฉริยะ LED ที่สามารถเปิดทีวีได้อัตโนมัติ เมื่อผู้ใช้เดินเข้าสู่ห้องนั่งเล่น นอกจากนี้ หลอดไฟอัจฉริยะ LED ไฮเทคของโซนี่ยังสามารถทำงานเป็นระบบสื่อสารภายในบ้าน หรือ intercom และระบบแจ้งเตือนงานที่ตั้งค่าไว้ได้อย่างตอบโจทย์บ้านอัจฉริยะ หลอดไฟอัจฉริยะ LED ที่สามารถทำงานได้หลายอย่างหรือที่เรียกว่ามัลติฟังก์ชันนอลไลต์ (Multifunctional Light)
       
โซนี่ให้ชื่อเรียกหลอดไฟอัจฉริยะ LED นี้ว่า มัลติฟังก์ชันนอลไลต์ (Multifunctional Light) ซึ่งมีความหมายตรงตัวว่าหลอดไฟที่สามารถทำงานได้หลายอย่าง จุดนี้ข้อมูลระบุว่า หลอดไฟดังกล่าวใช้เทคโนโลยีแอลอีดี (LED) ของโตชิบา (Toshiba) ซึ่งสามารถส่องสว่างได้ตามอารมณ์ของผู้อยู่ในบริเวณนั้นได้
       
เมื่อเชื่อมต่อหลอดไฟอัจฉริยะ LED นี้เข้ากับสมาร์ทโฟน หรืออุปกรณ์ไว-ไฟ (WiFi) อื่นๆ ผู้ใช้สามารถตั้งเวลาเปิดการทำงานของหลอดไฟนี้ได้จากทางไกลเหมือนหลอดไฟอัจฉริยะทั่วไป แต่สิ่งที่แตกต่างคือ การฝังเซ็นเซอร์วัดอารมณ์ อุณหภูมิ ระดับแสงบริเวณนั้น รวมถึงปัจจัยอื่นจากร่างกายมนุษย์เพื่อส่องแสงในระดับที่เหมาะสม

นอกจากนี้ ตัวหลอดไฟอัจฉริยะ LED ยังมาพร้อมช่องเสียบการ์ดหน่วยความจำ ทำให้ผู้ใช้สามารถเล่นเพลงในการ์ดได้ผ่านลำโพงที่ฝังอยู่ในหลอดไฟ  ไม่เพียงลำโพง หลอดไฟอัจฉริยะแอลอีดี นี้ยังมีไมโครโฟน ขณะเดียวกัน ก็รองรับการควบคุมด้วยระบบอินฟราเรด ตัวหลอดไฟฝังเซ็นเซอร์วัดอารมณ์ อุณหภูมิ ระดับแสงบริเวณนั้น รวมถึงปัจจัยอื่นจากร่างกายมนุษย์เพื่อส่องแสงในระดับที่เหมาะสม

การฝังเซ็นเซอร์ในหลอดไฟอัจฉริยะ LED นี้กลายเป็น หลอดไฟเปิดปิดอัตโนมัติ (Motion Sensor Light) เมือมีคนผ่านเข้ามาในห้อง นอกจากนี้ เมื่อตรวจจับได้ระบบสามารถสั่งเปิดเครื่องปรับอากาศ หรือเปิดทีวีได้แบบทันใจ ขณะเดียวกัน ก็สามารถใช้เป็น room-to-room intercom สำหรับให้ผู้ใช้พูดเพื่อสื่อสารกันเมื่ออยู่คนละห้อง
       
หลอดไฟอัจฉริยะ LED นอกจากเป็น ไฟอัตโนมัติ (Motion Sensor Light) เปิดปิดเมือมีคนเข้ามาให้ห้องได้แล้ว ยังสามารถเล่นเพลง สามารถบันทึก และเล่นข้อความเสียงได้ ทั้งหมดนี้ผู้ใช้สามารถตั้งค่า และควบคุมหลอดไฟอัจฉริยะแอลอีดี ได้ผ่านแอปพลิเคชัน
       
กำหนดการล่าสุดที่จะออกสู้ตลาด โซนี่จะวางจำหน่ายหลอดไฟอัจฉริยะ LED นี้เฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น โดยจะเริ่มทำตลาดช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ (2016) ซึ่งหากได้ผลตอบรับดีก็มีความเป็นไปได้ที่โซนี่จะขยายตลาดมายังยุโรป และอเมริกาเหนือต่อไป

Cr.ข่าวผู้จัดการ