เมื่อปีที่แล้ว ที่งาน THE INTERNATIONAL ECONOMIC FORUM OF AMERICAS ได้เชิญตัวแทนผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เอเชีย โดยปีนี้ประเทศสหรัฐฯ ได้คัดเลือกให้ นางวันดี กุญชรยาคง ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด เป็นตัวแทน ซึ่งถือเป็นหญิงไทยคนเดียวของเอเชียที่ถูกเชิญให้ขึ้นเวทีนี้ ในฐานะผู้บุกเบิกการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เชิงธุรกิจคนแรกของอาเซียนหรือเออีซี(AEC) จนได้รับการยกย่องให้เข้ารับรางวัลจากองค์การสหประชาชาติ หรือ "ยูเอ็น" โดยมี Ms.Marie Jose Nadeau ประธานสภาพลังงานโลก และ Mr.Aziz Mahamat รมต.กระทรวงเศรษฐกิจการค้าและการท่องเที่ยวสาธารณรัฐชาด ร่วมพูดคุยด้วย


ปลายปีที่ผ่านมา ในการประชุม COP21 ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่กรุงปารีส ซึ่งมีผู้นำจากทุกประเทศทั่วโลกมาร่วมงาน และต่างให้ความสำคัญเรื่องการลดอุณหภูมิโลกลง 2 องศาเซลเซียส ยังก่อให้เกิดกระแส Renewable Energy for All และเงินทุนเพื่อสนับสนุนการลงทุนพลังงานสะอาด เพื่อช่วยลดต้นทุนทางการเงิน และหลายประเทศได้ตกลงกำหนดสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนและพลังงานแสงอาทิตย์ในอัตรามากขึ้น เพื่อลดสภาวะโลกร้อน เพื่ออนาคตคนรุ่นต่อไปจะได้อยู่ในโลกได้อย่างมีความสุข โดยนำมาพัฒนาเป็น Solar Charger หรือ Solar Collector เพื่อนำไปใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ได้มากมาย อาทิ รถไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า โคมไฟโซล่าเซลล์ (Solar Lamp) ฯลฯ

ณ ปีนี้ ดร.วันดี กุญชรยาคงจุลเจริญ ประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด(มหาชน) หรือ SPCG ได้รับเกียรติจาก ธนาคารเครดิต สวิส (Credit Suisse) เข้าร่วมงาน Asian Investment Conference 2016 และร่วมเสวนาในหัวข้อ "Climate change and Asia - what investors need to know" งาน AIC by credit Suisse ที่ฮ่องกง โดย ดร.วันดี แสดงวิสัยทัศน์ถึงประเทศไทยในฐานะเป็นผู้นำในการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานหมุนเวียนอื่นๆทุกประเภท โดยมีการกำหนดให้ปี 2030 มีอัตราการใช้พลังงานหมุนเวียนทั้งหมด กว่า 20,000 เมกะวัตต์ และกำหนดให้มีการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ไม่น้อยกว่า 6,000 เมกะวัตต์ เพื่อนำไปใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ได้มากมาย อาทิ โคมไฟโซล่าเซลล์ (Solar Lamp) Solar Charger ฯลฯ

ดร.วันดี กล่าวว่า SPCG เป็นผู้บุกเบิกการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เชิงพาณิชย์แห่งแรกในประเทศไทยและประชาคมอาเซียน ตั้งแต่ปี 2010 ที่ผ่านมา ชูไทยเป็นผู้นำพลังงานแสงอาทิตย์แห่งประชาคมอาเซียน ส่งผลให้ทั้งภาครัฐและเอกชนต่างหันมาลงทุนและส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เชิงพาณิชย์ ทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานหมุนเวียนอื่นๆในภูมิภาค ซึ่ง SPCG มีการลงทุนพัฒนาโซลาร์ฟาร์มกว่า 260 เมกะวัตต์ แบ่งออกเป็น 36 โครงการ กระจายอยู่ใน 10 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้วยเงินลงทุนกว่า 25,000 ล้านบาท สามารถลดการปลดปล่อยคาร์บอนกว่า 210,000 ตัน CO2 ต่อปี มีการจ้างงานกว่า 20,000 แรงงานในชนบทช่วงระหว่างก่อสร้าง

นอกจากนี้ การที่ SPCG เลือกใช้อุปกรณ์หลักได้แก่แผงเซลล์แสงอาทิตย์ ที่เป็นผลิตภัณฑ์ของ KYOCERA ประเทศญี่ปุ่น ที่ให้รับประกันคุณภาพและการผลิตไฟฟ้าไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ในช่วงเวลาถึง 25ปี ทำให้ประสบความสำเร็จในการพัฒนาโครงการของ SPCG และก่อให้รัฐบาลเกิดความมั่นใจในการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ และกำหนดให้เป็นพลังงานหมุนเวียนหลักเป็นพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ที่จะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงให้พลังงานไทยอย่างยั่งยืนต่อไป

ทิศทางของการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในอนาคตเพื่อการพัฒนาประเทศ จะมีมากขึ้น โดยมองว่าอีก 5 ปีข้างหน้า ประชากรของโลกจาก 7 พันล้าน จะเพิ่มเป็น 9 พันล้านคน ความต้องการพลังงานจะเพิ่มขึ้นอีก 3 เท่า พลังงานที่เหลือจะไม่เพียงพอ จึงต้องนำพลังงานทดแทนมาใช้ ประเทศไทยมีความจำเป็นต้องใช้พลังงานทดแทนอย่างแสงอาทิตย์ เนื่องจากก๊าซธรรมชาติ และน้ำมันจะเหลือน้อยลงตามลำดับ แต่ความต้องการพลังงานเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากจำนวนประชากรไทยเพิ่มขึ้น พลังงานแสงอาทิตย์จะเป็นพลังงานทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับประเทศ เนื่องจากไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเพราะใช้โซล่าเซลล์แสงอาทิตย์
 
ทั้งนี้  การใช้พลังงานในโลกที่กำลังพัฒนา บทบาทของพลังงานไฟฟ้าจากโซล่าเซลล์ในประเทศที่กำลังพัฒนา การจัดหาพลังงานเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการ และความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การเสริมสร้างความมั่นคงด้วยไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ แก่ประเทศในกลุ่มประชาคมอาเซียน และแนวทางการสนับสนุนของสถาบันการเงิน ในการพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ อาทิ รถไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า โคมไฟโซล่าเซลล์ (Solar Lamp) ฯลฯ เพื่อขยายโอกาสในอนาคตในกลุ่มประเทศอาเซียนหรือเออีซี(AEC)

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยได้ส่งเสริม และสนับสนุนให้ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ผ่านโซล่าเซลล์ในประเทศ ทั้งโซลาร์ฟาร์ม และโซลาร์รูฟ เช่นเดียวกับทุกประเทศทั่วโลก รัฐบาลให้การสนับสนุนโซล่าเซลล์แสงอาทิตย์ สำหรับไทยขณะนี้ถือว่าเป็นผู้นำในกลุ่มประเทศอาเซียนด้านการนำพลังงานหมุน เวียนมาใช้ แม้ในอนาคตพลังงานจะขาดแคลน แต่ด้วยศักยภาพของพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีอยู่จำนวนมหาศาล จะช่วยให้ไทยมีความมั่นคงทางพลังงานอย่างยั่งยืน

Cr.หนังสือพิมพ์บ้านเมือง