“ออมสิน” วัคซีนพืช

โลกยุคใหม่การขายสินค้าที่ไม่มีการพัฒนา มีแต่จะถูกสินค้ารูปแบบใหม่แซงหน้า ถูกคู่แข่งตัดราคา ตัดแข้ง ตัดขา จนเราอยู่ไม่รอด ขณะที่หนทางใหม่คือ การวิจัยและพัฒนาเพื่อเสาะหานวัตกรรมในการผลิตสินค้าใหม่ ไหนๆชีวิตก็ต้องทุ่มเท ลองปรับความคิดและเดินบนเส้นทางใหม่

เราอาจจะเคยได้ยินตำแหน่งผู้บริหารเบอร์หนึ่งของหน่วยงานเอกชนว่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Chief Executive Officer) หรือ CEO แต่เขาคนนี้ นายสัตวแพทย์กษิดิ์เดช ธีรนิตยาธาร เรียกตำแหน่งตัวเองว่า CIO เรียกเต็มๆว่า ประธานเจ้าหน้าที่นวัตกรรม (Chief Innovation Officer) บริษัท กรีน อินโนเวทีฟ ไบโอเทคโนโลยี จำกัด (GIB)

เพราะเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับงานวิจัยและพัฒนา เพื่อค้นหานวัตกรรมใหม่มาใส่ในสินค้าของเขา จนสำเร็จออก มาเป็น“ออมสิน” วัคซีนพืช วัคซีนสำหรับพืช แถมยังเป็นสุดยอดนวัตกรรมไทยที่ไปคว้ารางวัลระดับเวิลด์คลาส ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

โดยคว้ารางวัลเหรียญทอง Gold Medal, “Vaccin Pour Plantes” Diplome INVENTIONS GENEVA. ในงาน International Exhibition of Inventions Geneva ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ครั้งที่ 43 ในฐานะผู้ผลิตและพัฒนานวัตกรรมวัคซีนสำหรับพืชในนาม “ออมสิน” วัคซีนพืช

“ออมสิน” วัคซีนพืช ซึ่งเป็นแร่ธาตุอาหารเสริมระดับนาโนที่ออกฤทธิ์เป็นยาและวัคซีนสำหรับพืช สามารถสร้างภูมิต้านทานและป้องกันต้านทานต่อการเข้าทำลายของโรคแมลงและสภาพอากาศที่ไม่เหมาะสม ส่งเสริมให้พืชมีคุณภาพและปริมาณผลผลิตมากขึ้น

ความสำเร็จจากการคิดค้นนวัตกรรม“ออมสิน” วัคซีนพืช ดังกล่าว ส่งผลให้บริษัทนี้เตรียมพร้อมขยายตลาดไปยังประเทศจีน โดยบริษัท GIB ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงทางการค้ากับบริษัท จีโอมิโก้ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศมาเลเซีย) เพื่อมอบสิทธิเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ “ออมสิน” วัคซีนพืช เป็นวัคซีนสำหรับพืชในประเทศจีน เป็นเวลา 3 ปี คิดเป็นมูลค่าในปีแรกสามารถสร้างรายได้มากกว่า 80 ล้านบาท

แต่ก่อนที่จะมาถึงในจุดนี้ “กษิดิ์เดช” บอกว่า ต้องใช้ความพยายาม อดทน และใช้เวลาอย่างมาก จึงเข้าใจถึงจิตใจผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ต้องฟันฝ่าไปถึงจุดที่เรียกว่าประสบความสำเร็จ และขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน โดยเฉพาะคนที่คิดผลิตสินค้าออกนอกกรอบอย่างเขา

เขาเล่าว่า ก่อนหน้านี้เขาเป็นหนึ่งในธุรกิจเครือข่ายขายตรง ซื้อของมาและก็ขายไป เหมือนพ่อค้าคนกลาง พอถึงจุดหนึ่งก็เจอคนขายสินค้าเหมือนกัน แถมลดราคาถูกกว่า และชีวิตก็เป็นแบบนี้ตลอด เหมือนการ “ติดกับดัก” จึงปรับโหมดตัวเองมาสู่ความคิดว่า “ทำไมชีวิตของเราไม่เดินหมากด้วยตัวเอง ทำไมเราไม่ตีขีดเส้นและกำหนดกติกาด้วยตัวเอง”

เขาเรียนจบสัตวแพทย์ ถ้าทำงานวิจัยเรื่องสัตว์ไม่มีปัญหา แต่ได้เปลี่ยนโหมดตัวเองมาทำงานวิจัยและพัฒนาเรื่องพืชด้วยการไปเรียนเพื่อต่อยอดพอจบปริญญาโท ก็ต่อปริญญาเอกอีก ขณะเดียวกัน เขาเข้าไปขอรับการสนับสนุนงานวิจัยจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และส่งต่อสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

โดยเฉพาะการก้าวเข้าไปสู่ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) หน่วยงานที่เขาบอกว่าของดีมากมาย มีทีมวิจัยไบโอเทค นาโนเทค ถึง 5,000 คน และมีเงิน วิจัยสนับสนุน จนกระทั่งเกิดการส่งเสริมต่อเนื่อง 8-9 ปี จนทำให้ผลงานวิจัยของเขาที่ออกมามีการจดสิทธิบัตร 11 ตัว และความลับทางการค้า 11 ตัว

ขณะเดียวกัน ในช่วงแรกโครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (iTAP) ของ สวทช.ได้เข้ามามีส่วนช่วย ในการทดสอบและหาสูตรคำนวณผสมสูตรวัคซีนเข้ากับปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อให้ออกฤทธิ์ได้ยาวนานถึง 4 เดือน และช่วยลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีได้มากถึง 50%

นอกจากนี้ ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ สวทช. ได้เป็นพี่เลี้ยงให้ไปเสนอผลงานในงานประกวดเวทีระดับสากลรวมทั้งส่งเข้าอบรมจากโค้ชระดับโลกในโครงการ Leaders in Innovation Fellowships (LIF) รุ่นที่ 1 จาก Newton Fund ประเทศอังกฤษ

และได้ทุนของ สำนักงาน คณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ นวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) ไปเรียนที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา (UCLA) ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งที่ทำให้บริษัทได้รับรางวัลสุดยอดนวัตกรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ จำนวน 15 รางวัล จาก 7 เวทีการประกวด ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา

เขาเคยนำสินค้าไปประกวดที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ในซิลิคอนแวลลีย์ พร้อมนำเสนอรูปแบบธุรกิจกับเพื่อหาผู้ร่วมลงทุนในรูปแบบของ Venture Capital ปรากฏว่า มีนักลงทุนจากอังกฤษ 3 บริษัทใหญ่ขอซื้อหุ้นของบริษัท GIB รวมทั้งนักลงทุนจากสหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ เนเธอร์แลนด์ สหรัฐฯ ที่แสดงความ สนใจ อีกทั้งยังได้ลูกค้าจากแคนาดาเหนือ อเมริกาใต้ ไอร์แลนด์ ฟิจิ

ลองมาดูกันว่าวัคซีนสำหรับพืช “ออมสิน” วัคซีนพืช ดีตรงไหน “กษิดิ์เดช” บอกว่าเป็นวัคซีนพืชจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นเปลือกกุ้ง ปู ปลา สาหร่าย สมุนไพร ซึ่งเมื่อนำมาผลิตเป็นวัคซีนแล้ว วิธีใช้นำมาผสมกับน้ำและฉีดใส่ต้นไม้ทุกสัปดาห์ ทุก 2 สัปดาห์หรือ 1 เดือน จะทำ ให้ดอกไม้สีสันสดใสขึ้น ออกดอกมาก และเหี่ยวช้าลง ถ้านำไปใช้ในไร่นาจะช่วยให้ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้น และลดการใช้ปุ๋ยเคมี

แม้กระทั่งกับผลไม้ ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน ลำไย ส้ม มะนาว มะม่วง ลองกอง จะมีผลผลิตออกมามากกว่าปกติ แถมยังกำหนดให้ผลผลิตออกนอกฤดูกาล ซึ่งสามารถนำมาขายในราคาสูงได้อีกด้วย

Cr.ไทยรัฐ