ดีแทค Wifi Calling โทรได้ทั่วโลก

 

ดีแทค Wifi Calling โทรได้ทั่วโลก

 

dtac ยังคงเดินหน้านำเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดมาให้บริการแก่คนไทยอย่างต่อเนื่อง เมื่อ dtac เป็นผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือรายแรกของไทยที่ได้นำเทคโนโลยี Wifi Calling( VoWIFI) มาเปลี่ยนทุกสัญญาณไวไฟ(WiFi) จากทุกฮอตสปอตทั่วทุกมุมโลกให้กลายเป็นโทรศัพท์มือถือของ dtac ทำให้สามารถใช้งานโทรศัพท์มือถือ ทั้งโทรเข้า โทรออกหรือรับสาย ที่ไหน เมื่อไหร่ บนโลกนี้ก็ได้เพียงแค่พกโทรศัพท์มือถือ iPhone และ แบตสำรอง (Power Bank) เที่ยวทั่วโลกสบาย ๆ โดยไม่มีการจ่ายเงินเพิ่มจากโปรโมชั่นที่ใช้อยู่  ที่สำคัญตอนนี้ ดีแทคเป็นเจ้าแรกในไทยที่เปิดให้บริการ Wifi Calling( VoWIFI) บน iPhone ซึ่งลูกค้า dtac ที่ใช้งานสมาร์ทโฟน iPhone SE , iPhone 6S, iPhone 6S Plus, iPhone 6, iPhone 6 Plus, iPhone 5S, หรือ iPhone 5C ทั้งแบบจ่ายรายเดือนและเติมเงินสามารถใช้งาน Wifi Calling( VoWIFI) ได้แล้วอีกด้วย

Wifi Calling( VoWIFI) คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร

ก่อนอื่นสำหรับใครที่ยังอาจจะงงๆอยู่กับเทคโนโลยีที่ว่านี้คืออะไรและมีประโยชน์อย่างไรบ้าง ลองมาทำความเข้าใจกับเจ้าเทคโนโลยีนี้ กันก่อน  WiFi Calling หรือ VoWiFi (Voice over WiFi) คือบริการที่ให้ลูกค้า สามารถโทรและรับสายโทรศัพท์มือถือผ่านการเชื่อมต่อด้วยสัญญาณไวไฟ(WiFi) ได้จากทุกที่ทั่วประเทศและทั่วโลก นอกเหนือจากการโทรศัพท์มือถือผ่านสัญญาณเครือข่ายมือถือ สัญญาณ 4G ปกติเพียงอย่างเดียว โดยใช้หมายเลขโทรศัพท์มือถือเดิมของผู้ใช้งาน ผ่านการโทรออกหรือรับสายของเครื่องที่รองรับบริการนี้โดยที่ไม่ต้องลงแอพพลิเคชั่น ใดๆ เพิ่มเติม ซึ่งเบอร์โทรศัพท์มือถือต้นทางหรือปลายทางที่ติดต่อ จะเป็นเบอร์บ้านหรือเบอร์โทรศัพท์มือถือก็ได้ ต่างจากรูปแบบการใช้  Voice over IP แบบเดิม ที่ต้องโทรผ่านแอพพลิเคชั่นเท่านั้น

สามารถอธิบายง่ายๆ คือลูกค้าดีแทค สามารถใช้งาน Wifi Calling( VoWIFI) ทุกที่ทั่วทุกมุมโลก เพียงแค่มีสัญญาณไวไฟ(WiFi)และทำการเชื่อมต่อสัญญาณไวไฟ(WiFi) ของอะไรก็ได้ แม้อยู่ในที่อับสัญญาณโทรศัพท์มือถือ สัญญาณ 4G เช่น บนตึกสูง บนดอยหรือบนเกาะห่างไกล ทั้งในเมืองไทยและอยู่ในต่างประเทศทั่วโลก หรือแม้กระทั่งนั่งอยู่บนเครื่องบินที่มีบริการสัญญาณไวไฟ(WiFi) ก็จะสามารถ ใช้งานโทรศัพท์มือถือ ทั้งโทรออก และรับสาย ไปยังเบอร์โทรศัพท์มือถือหรือเบอร์บ้านได้ โดยที่ไม่ต้องใช้งานแอพพลิเคชั่นเพิ่ม

ข้อดี Wifi Calling( VoWIFI) คือไม่ต้องเสียค่าบริการเพิ่มในส่วนของการรับสายเมื่ออยู่ต่างประเทศ และสามารถโทรกลับเมืองไทยโดยคิดค่าบริการโทรเหมือนอยู่ในเมืองไทยตามแพ็กเกจที่ใช้งานและยังไม่ต้องใส่รหัสต่างประเทศให้ยุ่งยากอีกด้วย ช่วยหมดกังวลเรื่องค่าโทรศัพท์มือถือต่างประเทศกันไปเลยก็ว่าได้ แถมถ้าเป็นสมาร์ทโฟน iPhone แม้ว่าจะเปิดโหมดเป็น Airplane Mode และทำการเชื่อมต่อสัญญาณไวไฟ(WiFi) สามารถใช้งานของการโทรออกและรับสายได้อีกด้วย แต่อย่าลืมพก แบตสำรอง (Power Bank) ให้เพียงพอก่อนออกเดินทางล่ะ

การใช้งาน dtac Wifi Calling( VoWIFI) นั้นได้เริ่มเปิดให้บริการกับสมาร์ทโฟนที่รองรับบริการนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการเปิดบริการกับสมาร์ทโฟนของค่าย Samsung ไปแล้ว และล่าสุด ดีแทคก็ได้เป็นเจ้าแรกในไทยที่เปิดให้บริการ Wifi Calling( VoWIFI) บน iPhone โดยผู้ที่ใช้งานสมาร์ทโฟน iPhone สามารถอัพเดต iOS เวอร์ชั่น 9.3 ขึ้นไป พร้อมทั้งอัพเดท Carrier bundle เป็น dtac 24.1 และตั้งค่า พร้อมใช้งานกับโทรศัพท์มือถือมือ iPhone SE , iPhone 6S, iPhone 6S Plus, iPhone 6, iPhone 6 Plus, iPhone 5S, และ iPhone 5C

วิธีตั้งค่าและเปิดใช้งาน  Wifi Calling( VoWIFI)

ระบบปฏิบัติการโทรศัพท์มือถือ iOS:
1. อัพเดทระบบปฏิบัติการ iOS เป็น version 9.3 ขึ้นไป
2. อัพเดท Carrier bundle เป็น version ล่าสุด
3. เปิดใช้งาน WiFi Calling ได้จากเมนูการตั้งค่า
Setting > Phone > Wi-Fi Calling on This iPhone

ระบบปฏิบัติการโทรศัพท์มือถือ  Android ยี่ห้อ Samsung :
1. ตรวจสอบว่ามือถือรองรับการใช้งาน Wifi Calling( VoWIFI)
2.อัพเดทมือถือให้เป็น Firmware ล่าสุดที่รองรับการใช้งาน WiFi calling
3. สมัครใช้งาน WiFi calling โดยการกด *444*41# โทรออก
4. เปิดใช้งาน WiFi calling บนตัวเครื่อง
4. เปิด VoLTE Call พร้อมกับเปิด Wi-Fi Calling ด้วย
5. เชื่อมต่อเครือข่าย WiFi

WiFi calling มีการคิดบริการอย่างไร ?

การใช้งาน Wifi Calling( VoWIFI) ทั้ง VDO call (เฉพาะโทรศัพท์มือถือระบบ Android) และ Voice call ภายในประเทศมีการคิดค่าบริการเหมือนการโทรศัพท์มือถือปกติ เป็นนาทีหรือวินาที ตามอัตราแพ็กเกจปัจจุบันของผู้ใช้ โดยหักจากจำนวนที่ใช้งานได้ตามแพ็กเกจ

สำหรับลูกค้าที่ใช้งาน  Wifi Calling( VoWIFI) ในต่างประเทศ เบอร์ของลูกค้าจะเปรียบเสมือนใช้งานอยู่ในเมืองไทย มีคิดค่าบริการตามรายละเอียดการใช้งานดังนี้
1. การโทรกลับเบอร์ในไทย /เบอร์มือถือของไทย ทุกเครือข่าย/ เบอร์ dtac ที่ใช้งาน Wifi Calling( VoWIFI) จากทุกที่ทั่วโลกคิดค่าบริการเป็นนาทีหรือวินาทีตามอัตราแพ็กเกจปัจจุบันของลูกค้า โดยหักจากจำนวนที่ใช้งานได้ตามแพ็กเกจ
2. การโทรออกหาเบอร์โทรปลายทางในประเทศที่อยู่ขณะนั้น ยกตัวอย่างเช่น ลูกค้า ที่ใช้งาน Wifi Calling( VoWIFI) ขณะที่อยู่ในประเทศญี่ปุ่นและโทรเข้าเบอร์โทรปลายทางของประเทศญี่ปุ่น คิดค่าบริการโทรออกต่างประเทศ (IDD) เช่นเดียวกับโทรจากเมืองไทย ไปยังประเทศญี่ปุ่น
3. การโทรออกหาเบอร์โทรปลายทางในต่างประเทศ (ประเทศที่ 3) คิดค่าบริการโทรออกต่างประเทศ (IDD) เช่นเดียวกับโทรศัพท์จากไทย ไปยังประเทศนั้น ๆ

ข้อสังเกต :

ควรตรวจสอบว่ามีสัญลักษณ์ Wifi Calling( VoWIFI) แสดงที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือหรือไม่ก่อนทำการโทรออกหรือรับสาย ทาง dtac จะไม่รับผิดชอบใดๆต่อค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการโทรศัพท์มือถือระหว่างประเทศที่เกิดจากการเชื่อมต่อสัญญาณมือถือ สัญญาณ 4G กับผู้ให้บริการในประเทศนั้น ๆ

โดยสรุปแล้ว dtac Wifi Calling( VoWIFI) นั้นถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีล่าสุดที่จะมาช่วยให้การติดต่อสื่อสารสมาร์ทโฟนผ่านทางการโทรเข้ารับสายทำได้สะดวกขึ้น แม้ที่ในอับสัญญาณมือถือ และประหยัดมากขึ้นกับการรับสายหรือโทรออกเมื่ออยู่ในต่างประเทศ ดังนั้นใครที่เป็นลูกค้าดีแทค ทั้งแบบระบบเติมเงินและรายเดือนที่ใช้งาน iPhone หรือสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นที่รองรับสามารถลองเปิดใช้บริการกันดู

หมายเหตุ :
* การเปิดบริการ dtac Wifi Calling( VoWIFI) ในครั้งแรก จำเป็นต้องเปิดขณะใช้งานอยู่บนเครือข่าย dtac
* เครื่องสมาร์ทโฟน Samsung ถ้าต้องการจะใช้งาน dtac Wifi Calling( VoWIFI) ต้องเปิด VoLTE Call พร้อมกับการเปิด Wi-Fi Calling ด้วย
* สำหรับ dtac Wifi Calling( VoWIFI) เมื่อใช้งานในประเทศ ตัวเครื่องสมาร์ทโฟนจะถูกตั้งค่าให้ใช้งานบนเครือข่ายมือถือเป็นหลัก แต่หากอยู่ในบริเวณที่อับสัญญาณมือถือ เครือข่ายมือถือไม่ดี (สัญญาณประมาณ 1 ขีด) ตัวเครื่องสมาร์ทโฟนจะเปลี่ยนไปใช้งาน Wifi Calling( VoWIFI) แทน
* ในส่วนของการใช้งานในต่างประเทศ เครื่องจะถูกตั้งค่าให้ใช้งาน Wifi Calling( VoWIFI) เป็นหลัก

Cr.ข่าว Flashfly