i-Synes.com

ตะกร้า 0

RFID และ NFC ความเหมือนที่แตกต่าง

RFID และ NFC ความเหมือนที่แตกต่าง

การสื่อสารไร้สายอย่าง RFID และ NFC มีบทบาทสำคัญมากขึ้น ในชีวิตยุคใหม่  การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ มาใช้ การจัดการโลจิสติกส์ การชำระเงินแบบไร้สัมผัส หรือบ้านอัจฉริยะ ฯลฯ การเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม...


 

เทคโนโลยี ระบุตัวตนด้วยคลื่นวิทยุ (RFID) และ เทคโนโลยี การสื่อสารระยะใกล้ (NFC) ได้กลายเป็น เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สาย ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย แม้ว่าอาจมีบางส่วนที่คล้ายคลึงกัน เช่น ทำงานที่ความถี่เหมือนกัน 13.56 MHz เป็นต้น แต่ทั้งสองเทคโนโลยี ก็มีความแตกต่างกันอย่างมาก ทั้งวิธีการสื่อสาร ระยะการรับส่งไร้สาย และลักษณะทางเทคนิค เราลองมาดูกันดีไหมว่า มันมีความแตกต่าง ระหว่างสองเทคโนโลยีนี้กันอย่างไร และ มีการนำไปประยุกต์ใช้ที่เหมาะสมของแต่อย่าง ในอุตสาหกรรมที่แตกต่างๆ กันอย่างไรบ้าง

RFID การระบุตัวตนด้วยคลื่นความถี่วิทยุ

RFID การระบุตัวตนด้วยคลื่นความถี่วิทยุ
เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ คลื่นวิทยุในการส่งข้อมูลและการระบุตัวตน ระบบ RFID ทั่วไปประกอบด้วยส่วนประกอบ 3 ส่วน ได้แก่ เครื่องอ่าน RFID, แท็ก RFID (ป้ายอิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กที่มีชิปและเสาอากาศ) และ ซอฟต์แวร์การจัดการ โดยที่ เครื่องอ่าน RFID ส่งสัญญาณไปยัง RFID tag ซึ่ง แท็ก RFID ตอบกลับด้วยข้อมูลระบุตัวตนที่จัดเก็บไว้ จากนั้นข้อมูลนี้ถูกถ่ายโอนไปยังฐานข้อมูล เพื่อจัดเก็บหรือวิเคราะห์เพิ่มเติม สำหรับการประมวล เพื่อสั่งการให้ดำเนินการขั้นตอนถัดไป โดยที่ แท็ก RFID แบ่งออกเป็นสองประเภท คือ แบบแอคทีฟ (มีแบตเตอรี่) และ แบบพาสซีฟ (ใช้พลังงานจากเครื่องอ่าน) ซึ่งแต่ละประเภทเหมาะสมกับ ความต้องการใช้งานที่แตกต่างกัน ทั้งในด้านระยะทางการรับส่งข้อมูล และ ลักษณะงานที่นำไปใช้

แอปพลิเคชัน RFID

แอปพลิเคชัน RFID
เนื่องจากความเสถียรและความยืดหยุ่น เทคโนโลยี RFID จึงถูกนำไปประยุกต์ใช้ ในหลากหลายภาคส่วนอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็น การจัดการโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทาน การจัดการสินค้าและการกระจ่ายสินค้า โดยที่ แท็ก RFID ที่ติดอยู่กับสินค้า ช่วยให้สามารถติดตามตำแหน่ง และ สถานะของสินค้าได้แบบเรียลไทม์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ ตัวอย่างเช่น การใช้แท็ก RFID สำหรับซีลลวดเหล็ก ปิดตู้คอนเทนเนอร์ ติดตามตู้คอนเทนเนอร์ นอกจากนี้ ยังจัดการสินค้าคงคลัง โดยที่ RFID ตัวช่วยให้การนับสินค้าคงคลัง ทำได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ลดข้อผิดพลาดจากมนุษย์ และ ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานสินค้าคงคลัง หรือแม้แต่การใช้งานงาน การผลิตภาคอุตสาหกรรม ซึ่งตัว RFID ถูกนำมาใช้เพื่อการตรวจสอบและบันทึกข้อมูล เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ในสายการผลิต วัตถุดิบระหว่างการผลิต เป็นต้น แทนการติดตามด้วยระบบบาร์โค้ด

NFC การสื่อสารระยะใกล้

NFC การสื่อสารระยะใกล้
ตัว NFC เป็นเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายระยะสั้น ที่ใช้สำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูล ระหว่างอุปกรณ์ที่อยู่ใกล้กัน อาจมองได้ว่าเป็นส่วนย่อยของ RFID แต่ทำงานต่างจาก RFID โดยใช้การเหนี่ยวนำสนามแม่เหล็ก แทนการส่งคลื่นวิทยุ ส่วนระบบ NFC โดยทั่วไปประกอบด้วย ส่วนประกอบหลักสองส่วน ได้แก่ ตัวเริ่มต้น เช่น มือถือสมาร์ทโฟน และ ตัวเป้าหมาย เช่น แท็ก NFC หรือ อุปกรณ์ที่รองรับ NFC อื่นๆ ตัวเริ่มต้น ทำหน้าที่ปล่อยสัญญาณสนามแม่เหล็ก และ ตัวปลายทางตอบสนองโดยการแลกเปลี่ยนข้อมูล ทำให้การถ่ายโอนข้อมูลเป็นไปอย่างราบรื่น จากการสื่อสาร 2 ทางไปมา เหมาะสำหรับ บ้านอัจฉริยะ ธุรกรรมการเงิน การทำรายการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-wallet) เป็นต้น

แอปพลิเคชัน NFC

แอปพลิเคชัน NFC
ความสามารถในการส่งสัญญาณระยะใกล้ของ NFC มีข้อได้เปรียบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ในเรื่องความปลอดภัยของการรับส่งข้อมูล จึงถูกนำมาใช้กับธุรกรรมการเงิน ใช้กันอย่างแพร่หลายในการชำระเงินแบบไร้สัมผัส (Tap-to-Pay) อย่าง ระบบตั๋วอัจฉริยะ ที่ใช้เทคโนโลยี NFC นำมาใช้ในบัตรโดยสาร ตั๋วโดยสาร ฯลฯ ช่วยให้การตรวจสอบตั๋วสะดวกยิ่งขึ้น ด้วยการแตะเพียงครั้งเดียว งานอีเวนต์ งานคอนเสิร์ต งานสวนสนุก งานแข่งขันกีฬา หรืองานแสดงสินค้า ก็มักนิยมนำ NFC Tag ใส่เข้าไปในผลิตภัณฑ์ต่างๆ สำหรับการยื่นยันตัวตน เช่น บัตร Rabbit ตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ การยืนยันตัวตนผ่าน e-Passport หรือ สายรัดข้อมือซิลิโคน สำหรับการเข้างานและการร่วมกิจกรรมภายในงาน เป็นต้น ช่วยอำนวยความสะดวก การโดยสารรถไฟฟ้า ขนส่งสาธารณะ สนามบิน หรือ การสร้างประสบการณ์แบบโต้ตอบ ร่วมสนุกรับของรางวัล ใน สวนสนุก สนามและลานกีฬา หรือ งานเทศกาลดนตรี เป็นต้น

ความแตกต่างระหว่าง RFID และ NFC

ความแตกต่างระหว่าง RFID และ NFC
ระยะทางการสื่อสาร : หนึ่งในความแตกต่างที่เห็นได้ชัดที่สุดระหว่าง RFID และ NFC คือระยะการสื่อสาร ระบบ RFID โดยทั่วไปทำงานในระยะหลายเมตร ในขณะที่ NFC ทำงานในระยะทางสั้นมาก โดยปกติระหว่าง 1 ถึง 10 เซนติเมตร ทำให้ NFC เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ แอปพลิเคชันที่ต้องการความปลอดภัยสูง เนื่องจากการสื่อสารในระยะใกล้ ทำให้ยากต่อการโจมตีจากระยะไกล เช่น การชำระเงินแบบไร้สัมผัส เป็นต้น ส่วน RFID เหมาะสำหรับการติดตามสินค้า ฯลฯ

ความเร็วการรับส่งข้อมูล : NFC มีความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลต่ำกว่า โดยทั่วไปไม่เกิน 424 กิโลบิต/วินาที ในขณะที่ RFID มีความเร็วในการส่งข้อมูลที่เร็วกว่า นอกจากนี้ เครื่องอ่าน RFID สามารถอ่านแท็กได้หลายแท็กพร้อมกัน ในขณะที่อุปกรณ์ NFC สามารถอ่านแท็กได้ครั้งละหนึ่งแท็กเท่านั้น

ช่องทางการสื่อสาร : โดยทั่วไป RFID รองรับการสื่อสารทางเดียว แต่สามารถสแกนแท็ก RFID หลายแท็กพร้อมกัน โดยที่เครื่องอ่านส่งสัญญาณและรับข้อมูลจากแท็ก ในทางตรงกันข้าม NFC ช่วยให้การสื่อสารเป็นแบบสองทาง ทำให้อุปกรณ์สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลได้ทั้งสองทิศทาง NFC สามารถทำหน้าที่ได้ทั้งเป็น ตัวอ่านหรือตัวแท็ก (NFC Tag) ดังนั้น NFC จึงสามารถใช้สำหรับการสื่อสารที่ซับซ้อนกว่า และ NFC สามารถสแกนได้เพียงครั้งละหนึ่งแท็กเท่านั้น ด้วยคุณสมบัตินี้ทำให้ NFC เหมาะสำหรับแอปพลิเคชันแบบโต้ตอบมากกว่า และ ปลอดภัยมากกว่า RFID

การจัดเก็บข้อมูล : โดยทั่วไป แท็ก RFID มีวิธีการจัดเก็บข้อมูลระบุตัวตนแบบง่ายๆ ในขณะที่แท็ก NFC สามารถจัดเก็บข้อมูลได้หลากหลายประเภท เช่น จัดเก็บข้อความ URL เป็นต้น ด้วยความจุในการจัดเก็บที่มากกว่า ทำให้ NFC มีข้อได้เปรียบในแอปพลิเคชัน ที่ต้องการจัดเก็บข้อมูลที่ซับซ้อนกว่า

การเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสม RFID หรือ NFC

การเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสม RFID หรือ NFC
เมื่อต้องเลือกระหว่าง RFID และ NFC สิ่งสำคัญที่ต้องประเมินข้อกำหนดเฉพาะของแอปพลิเคชันนั้นๆ

ขอบเขตการใช้งาน : RFID เหมาะสำหรับแอปพลิเคชันที่ต้องการการสื่อสารในระยะไกล เช่น การจัดการคลังสินค้า ในขณะที่ NFC เหมาะสำหรับแอปพลิเคชันระยะสั้น ที่มีความปลอดภัยสูง เช่น การชำระเงินผ่านมือถือ เป็นต้น

การแลกเปลี่ยนข้อมูล : NFC เหมาะสำหรับสถานการณ์ที่ต้องการการแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบสองทิศทาง เช่น การจับคู่ระหว่างอุปกรณ์
ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม: ประสิทธิภาพของ RFID ส่งระยะไกล อาจได้รับผลกระทบจากวัสดุต่างๆ เช่น โลหะหรือของเหลว ในขณะที่ NFC รับส่งรัศมีที่ใกล้กว่า มีความไวต่อข้อจำกัดด้านสิ่งแวดล้อมดังกล่าวต่ำกว่า

RFID และ NFC ที่อยู่รอบตัวเรา

RFID และ NFC ที่อยู่รอบตัวเรา
เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายที่สำคัญอย่าง RFID และ NFC มีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในชีวิตยุคใหม่ การทำความเข้าใจความแตกต่างทางเทคนิค และ การใช้งานของเทคโนโลยีเหล่านี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจและบุคคลทั่วไป ในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นในการจัดการโลจิสติกส์ การชำระเงินแบบไร้สัมผัส หรือบ้านอัจฉริยะ การเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยได้อย่างมาก การได้รับความรู้เชิงลึกและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี RFID และ NFC อย่างชาญฉลาด ช่วยให้เราสร้างสรรค์โซลูชันที่ชาญฉลาด และ สะดวกสบายยิ่งขึ้นในหลากหลายด้าน


Cr.RFIDcard,vveedigital,RFIDcard,