i-Synes.com

ตะกร้า 0

ยืนยันตัวตนชาวต่างชาติด้วย e-Passport ?

ยืนยันตัวตนชาวต่างชาติด้วย e-Passport ?

การบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ด้วยระบบการชำระเงิน กำหนดให้ ผู้ให้บริการด้านการเงิน ธนาคาร บริษัทซื้อขายหลักทรัพย์ผู้ให้บริการ e-Wallet และ e-Payment บริษัทประกันชีวิตและวินาศภัย จำเป็นต้องมี การพิสูจน์ยืนยันตัวตนด้วย KYC.... 


 

การพัฒนาไปสู่การเป็น ประเทศที่มีเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน ธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) และ กลต. จึงมีนโยบาย ให้นำเทคโนโลยีมาปรับใช้อย่างเต็มรูปแบบ การนำกระบวนการตรวจสอบยืนยันตัวตน eKYC (Electronic Know Your Customer) มาบังคับใช้ มีส่วนช่วยเป็นอย่างมาก ในการตรวจสอบยืนยันตัวตนเกี่ยวกับผู้ใช้บริการ เพื่อป้องกันการใช้เป็นช่องทางในการกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งกระบวนการนี้ เป็นส่วนหนึ่งของพระราชบัญญัติ ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

การยืนยันตัวตนด้วย eKYC และ CDD

การยืนยันตัวตนด้วย eKYC และ CDD
หลักเกณฑ์การรู้จักลูกค้า สำหรับการเปิดใช้ บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมาย ว่าด้วยระบบการชำระเงิน กำหนดให้ ผู้ให้บริการด้านการเงิน ธนาคาร, บริษัทซื้อขายหลักทรัพย์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กลต. ผู้ให้บริการ e-Wallet และ e-Payment บริษัทประกันชีวิตและวินาศภัย จำเป็นต้องมี การพิสูจน์ยืนยันตัวตนด้วย eKYC (Electronic Know Your Customer) เช่น การเก็บข้อมูลชื่อ นามสกุล และบัตรประชาชน เป็นต้น และ CDD (Customer Due Deligence) การตรวจสอบที่ครอบคลุมและลึกซึ้งกว่า โดยเป็นการประเมินความเสี่ยง วิเคราะห์ที่มาของเงิน และติดตามพฤติกรรม การทำธุรกรรมของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง รวมถึงติดตามความเคลื่อนไหวทางการเงิน จากการทำธุรกรรมของลูกค้า ก่อนให้บริการทางการเงิน

หนังสือเดินทาง (passport) & การยืนยันตัวตน (KYC)

หนังสือเดินทาง (passport) & การยืนยันตัวตน (KYC)
สำหรับธุรกิจที่มีเพียงลูกค้าชาวไทย เอกสารในการพิสูจน์และยืนยันตัวตน ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เนื่องจากสามารถใช้ บัตรประจําตัวประชาชน ที่เป็น บัตรสมาร์ทการ์ด ในการตรวจสอบข้อมูลกับ DOPA ได้โดยตรง แต่หากเป้าหมายของธุรกิจกว้างกว่านั้น ลูกค้าที่เป็นชาวต่างชาติ การพิสูจน์และยืนยันตัวตน ด้วยแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ได้อย่างไรดี ? จึงเป็นที่มาของการกำหนดให้นำ หนังสือเดินทาง (passport) มาใช้เป็น เอกสารหลักฐานแสดงตน ประกอบในขั้นตอนสำคัญของ กระบวนการ eKYC (Electronic Know Your Customer) เพื่อให้การยืนยันตัวตน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สำหรับชาวต่างชาติ ที่ทำธุรกรรมในประเทศไทย ในปัจจุบัน หนังสือเดินทาง มีคุณลักษณะที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยมากขึ้น โดยมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพถ่ายใบหน้า การพิมพ์ลายนิ้วมือ และการบันทึกภาพม่านตา เป็นต้น

ข้อมูลที่ได้จาก e-Passport มีความน่าเชื่อถือแค่ไหน?

ข้อมูลที่ได้จาก e-Passport มีความน่าเชื่อถือแค่ไหน?
ปัจจุบันมีประเทศรวมถึงหน่วยงานที่ไม่ใช่รัฐ เช่น สหประชาชาติ สหภาพยุโรป มากกว่า 140 แห่ง ที่ออก หนังสือเดินทางฝังชิป RFID (e-Passport) และมีการหมุนเวียนหนังสือเดินทาง (e-Passport) มากกว่า 1 พันล้านฉบับ ซึ่งบนพาสปอร์ตเหล่านี้ที่มี การฝังชิป RFID ไว้ในหนังสือเดินทาง (e-Passport) ช่วยยกระดับการรักษาความปลอดภัย ให้มากกว่า Passport แบบดั้งเดิม โดยข้อมูลบนชิปประกอบไปด้วย ข้อมูลชีวประวัติ ที่แสดงอยู่บนหน้า พาสปอร์ตอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งคุณสมบัติ การรักษาความปลอดภัยแบบดิจิทัล ที่เป็น “ลายเซ็นดิจิทัล” เฉพาะประเทศ โดยลายเซ็นดิจิทัลเหล่านี้ ไม่ซ้ำกันและสามารถตรวจสอบได้

การอ่านข้อมูลที่อยู่บนพาสปอร์ต (e-Passport)

การอ่านข้อมูลที่อยู่บนพาสปอร์ต (e-Passport)
กระบวนการตรวจสอบ ลายเซ็นดิจิทัล เพื่อยืนยันว่าข้อมูลที่จัดเก็บบนชิป ได้รับการบันทึกโดยหน่วยงานที่เหมาะสม (เช่น รัฐผู้ออก) และไม่ถูกดัดแปลง ตามเอกสาร ICAO 9303 สามารถทำได้ 2 วิธี ได้แก่ การอ่านโค้ด MRZ ในพาสปอร์ต โดยใช้เทคโนโลยี OCR (Optical Character Recognition) และ สแกนข้อมูลบนชิปด้วย เครื่องอ่าน NFC (Near Field Communication)

MRZ Code คืออะไร ?

MRZ Code คืออะไร ?
MRZ หรือ Machine Readable Zone เป็น Code ที่อยู่สองแถวล่างสุดของหน้าพาสปอร์ต ที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลของ เจ้าของหนังสือเดินทางเล่มนั้นๆ ตัวโค้ด MRZ ที่อยู่สองแถวล่างสุดของ e-Passport โดยโค้ดที่ปรากฏมี 2 บรรทัด บรรทัดละ 44 ตัวอักษร ซึ่งในกระบวนการยืนยันตัวตน โดยใช้ เครื่องสแกน passport อ่านโค้ด MRZ แล้วใช้ เทคโนโลยีสแกน และแปลงตัวอักษรมาตรฐาน OCR-B บริเวณแถบด้านล่างของพาสปอร์ต ให้เป็นข้อมูลดิจิทัลโดยอัตโนมัติ ซึ่งโค้ด 44 ตัวอักษร ประกอบด้วยอักษรและตัวเลข 3 ประเภท ส่วนข้อมูลที่อ่านได้ประกอบไปด้วย 9 ส่วน อาทิ เช่น ชนิดของพาสปอร์ต หมายเลขพาสปอร์ต หมายเลขประจำตัวประชาชน ฯลฯ

โค้ด MRZ มี 2 บรรทัด บรรทัดละ 44 ตัวอักษร

โค้ด MRZ มี 2 บรรทัด บรรทัดละ 44 ตัวอักษร ประกอบด้วย

  • ตัวอักษร A-Z
  • ตัวเลข 0–9
  • เครื่องหมายน้อยกว่า <

ข้อมูลที่อ่านได้ จากโค้ด MRZ

ข้อมูลที่อ่านได้ จากโค้ด MRZ

  • ชนิดของพาสปอร์ต
  • ประเทศผู้ออกพาสปอร์ต
  • ชื่อ-นามสกุล เจ้าของพาสปอร์ต
  • หมายเลขพาสปอร์ต
  • สัญชาติ
  • วัน เดือน ปีเกิด
  • เพศ
  • วันหมดอายุ
  • หมายเลขประจำตัวประชาชน


ข้อมูลบนชิป RFID ของ e-Passport

ข้อมูลบนชิป RFID ของ e-Passport
หนังสือเดินทางที่เป็น ePassport หรือ หนังสือเดินทางไบโอเมตริกซ์ มีชิป RFID ฝังอยู่ นอกจากสามารถอ่านข้อมูลจาก MRZ แล้ว ยังสามารถอ่านข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมโดยใช้เทคโนโลยี NFC (Near Field Communication) ได้อีกด้วย ทำให้ ePassport มีคุณสมบัติพิเศษ เพิ่มเติมจากพาสปอร์ตแบบเดิม ข้อมูลที่ได้ยากต่อการปลอมแปลง มีความแม่นยำสูงกว่า การใช้เทคโนโลยี OCR ที่ใช้ฟังก์ชั่นถ่ายภาพ ในการอ่านโค้ดเพียงอย่างเดียว ซึ่งอาจเกิดข้อผิดพลาด จากการที่รูปถ่ายมืดหรือเบลอได้ แต่การอ่านข้อมูลในชิปแบบไร้สาย จำเป็นต้องอ่านผ่าน เครื่องอ่าน NFC (Near Field Communication) โดยผลของการอ่านประกอบไปด้วยข้อมูลตามนี้

 

  • ข้อมูลชุดเดียว ที่ได้จากการอ่าน MRZ ด้วย OCR
  • ภาพถ่ายของผู้ถือพาสปอร์ต
  • ข้อมูลไบโอเมตริกซ์อื่นๆ เช่น ลายนิ้วมือ
  • ลายเซ็นดิจิทัลเฉพาะประเทศ


ธุรกิจไหนบ้าง ที่เหมาะกับการยืนยันตัวตนผ่าน ePassport

ธุรกิจไหนบ้าง ที่เหมาะกับการยืนยันตัวตนผ่าน ePassport
รองรับลูกค้าชาวต่างชาติ รองรับนักธุรกิจชาวต่างชาติ เตรียมความพร้อมเป็น Medical Hub ของโลก ฯลฯ แนะนำการนำเอาโซลูชั่น e-KYC with e-Passport มาใช้ เพื่อลดขั้นตอนการทำงาน เพิ่มความแม่นยำ น่าเชื่อถือและความปลอดภัยของข้อมูล ก่อนทำธุรกรรมการเงินต่าง ๆ จึงเหมาะกับธุรกรรมต่างๆ ดังนี้

  • ธนาคาร สถาบันการเงิน
  • บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)
  • บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.)
  • บริการสินเชื่อ เช่าซื้อ
  • E-Wallet และ E-Payment
  • สถานพยาบาล โรงพยาบาล
  • ธุรกิจรับแลกเงินตราต่างประเทศ
  • ธุรกิจโรงแรม อสังหาริมทรัพย์
  • ธุรกิจเช่ารถยนต์
  • ธุรกิจประกันภัย
  • ที่ปรึกษาการลงทุน และ อื่นๆ

การยืนยันตัวตนแบบ Face-to-Face/ None Face-to-Face

การยืนยันตัวตนแบบ Face-to-Face/ None Face-to-Face
เมื่อเข้าถึงชิปที่ฝังอยู่ในพาสปอร์ตแล้ว การตรวจสอบความถูกต้อง ของเอกสารพาสปอร์ตเริ่มขึ้นได้ ต้องมีการพิสูจน์ตัวตนแบบพาสซีฟ (Passive authentication) ก่อน ซึ่งกลไกการรับรองความถูกต้องของ ePassport ที่เรียกว่า Passive Authentication นี้ แม้สามารถตรวจสอบ การยืนยันตัวตนข้อมูลจริง ของเจ้าของข้อมูลที่จัดเก็บไว้ใน หนังสือเดินทาง แต่อย่างไรก็ดี เนื่องจาก e-Passport ไม่ได้มีกลไกในการป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล และไม่ได้รับประกันว่า เป็นข้อมูลจริงเป็นข้อมูลล่าสุด ณ ปัจจุบันของผู้ส่งข้อมูล ซึ่งผู้ส่งข้อมูลอาจมีหนังสือเดินทางมากกว่าหนึ่งเล่ม อยู่ในความครอบครองก็เป็นได้ ดังนั้น ในกระบวนการพิสูจน์และยืนยันตัวตน เพื่อให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานสากลนั้น จึงจำเป็นที่ต้องใช้ วิธีและยืนยันตัวตนอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น การสำรวจด้วยตาเปล่า โดยเจ้าหน้าที่ แบบ Face-to-Face หรือ หากเป็นการยืนยันตัวตนแบบ None Face-to-Face ก็แนะนำให้มีการนำเทคโนโลยีตรวจจับใบหน้า (Facial Comparison & Liveness Detection) เข้ามาช่วยประกอบในการทำ eKYC เพิ่มเติม อันจะได้ข้อมูลที่เป็นจริงล่าสุด ที่ได้รับการยืนยันตัวตนที่ถูกต้อง

Cr.บี ไอดี คอร์ปอเรชั่น,กองหนังสือเดินทาง,เครื่องอ่าน RFID & อ่านบัตร Smart Card,