พัฒนาช่างซ่อมรถยนต์ มืออาชีพ EV ไฮบริด
เปิดสอนหลักสูตรระดับปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมยานยนต์สมัยใหม่ได้รับความร่วมมือจาก เครือข่ายภาคอุตสาหกรรมที่สำคัญ ได้แก่ วิทยาลัยเทคโนโลยียานยนต์โตโยต้า บริษัท ช่วยราม เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด บริษัท ออเทล จำกัด และบริษัท เอพีไอ จำกัด....
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) โดยวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี (CITE) เปิดการอบรมหลักสูตร “การซ่อมบำรุงยานยนต์สมัยใหม่ (Modern Automotive Maintenance )” รุ่นที่ 4 ระหว่างวันที่ 15 มิถุนายน–2 กรกฎาคม 2569 ภายใต้โครงการ Thailand Skill Bridge เพื่อยกระดับความรู้ และทักษะของบุคลากร ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ให้พร้อมรับการเปลี่ยนผ่านจาก รถยนต์สันดาปภายในไปสู่ รถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์ไฮบริด และยานยนต์อัจฉริยะ ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เป็นประธานเปิดการอบรม เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ณ อาคารสนม สุทธิพิทักษ์ อนุสรณ์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

โครงการ BOI STEM++ พัฒนาช่างมืออาชีพ ยานยนต์
CITE - DPU ภายใต้การสนับสนุนของ BOI และ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดอบรมหลักสูตร “การซ่อมบำรุงยานยนต์สมัยใหม่” ผ่านโครงการ BOI STEM++ เพื่อเร่งพัฒนาทักษะผู้ประกอบการ ให้ทันต่อเทคโนโลยียานยนต์ EV และยานยนต์สมัยใหม่ หลักสูตรเข้มเน้นทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ ครอบคลุมรถ EV ไฮบริด แบตเตอรี่ ระบบชาร์จ และซอฟต์แวร์ควบคุม เสริมความร่วมมือภาคการศึกษา อุตสาหกรรม และผลักดันไทยสู่ ศูนย์กลางอุตสาหกรรมสมัยใหม่ในอนาคต จึงให้ความสำคัญกับการยกระดับ และพัฒนาศักยภาพบุคลากร ในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ ทั้งการเพิ่มพูนทักษะเดิม และการพัฒนาทักษะใหม่ หรือ Upskill และ Reskill พร้อมสนับสนุนการจัดอบรมหลักสูตร “การซ่อมบำรุงยานยนต์สมัยใหม่” ภายใต้โครงการ Thailand Skill Bridge

4 รุ่น หลักสูตร “การซ่อมบำรุงยานยนต์สมัยใหม่ (Modern Automotive Maintenance )”
หลักสูตรแบ่งการเรียนรู้เป็น 6 Modules ผสมผสานการบรรยาย และเวิร์กช็อปภาคปฏิบัติ จัดอบรมแบบ Onsite รวม 14 วัน เปิดอบรมรุ่นละ 270 คน จำนวน 4 รุ่น ระหว่างเดือนมีนาคม ถึง เดือนกรกฎาคม 2569 จาก รุ่นที่ 1 ช่วงเดือนมีนาคม 2569 จนถึง รุ่นที่ 4 เริ่มปลายเดือนมิถุนายน 2569 คาดว่ามีผู้ผ่านการอบรมรวม 1,080 คน หลักสูตรรุ่นที่ 4 ถือเป็นรุ่นสุดท้าย ตามแผนการดำเนินโครงการ มีผู้เข้าอบรมประมาณ 280 คน ประกอบด้วยเจ้าของกิจการ เจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์ ช่างเทคนิคยานยนต์ วิศวกรยานยนต์ บุคลากรในภาคการผลิตและบริการ ตลอดจนผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ นอกจากผู้เข้าอบรมไม่เสียค่าใช้จ่าย ยังได้รับการสนับสนุนค่าเดินทาง อุปกรณ์เครื่องมือวิเคราะห์ยานยนต์ และการทำงานของรถยนต์ รวมทั้งมีอาหารกลางวันอีกด้วย เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่าง ภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างกำลังคนคุณภาพ รองรับการเปลี่ยนผ่านของ อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในอนาคต

Ecosystem ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) สมัยใหม่
หลักสูตรการอบรมครั้งนี้ ได้ออกแบบให้มีทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ โดยผู้เข้าร่วมอบรม ได้รับทักษะด้าน การบำรุงรักษายานยนต์สมัยใหม่ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์ไฮบริด ระบบแบตเตอรี่ และการชาร์จ รวมถึงการทำงานของ ระบบอัจฉริยะในยานยนต์ ที่มีการควบคุมผ่าน ระบบสมองกล และซอฟต์แวร์ต่าง ๆ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรม สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริง การที่ผู้ประกอบการ ได้เพิ่มพูนทักษะ ในการวิเคราะห์และ การใช้เครื่องมือช่างยนต์ ช่วยยกระดับมาตรฐานการให้บริการของ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ มีมาตรฐานใกล้เคียงกันมากขึ้น เห็นได้ว่า เทคโนโลยีด้านยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ ระบบช่วยขับขี่ หรือระบบอัจฉริยะต่าง ๆ ล้วนเป็นส่วนสำคัญของ Ecosystem ด้านยานยนต์สมัยใหม่ ผู้เข้าร่วมอบรม ได้รับทั้งความรู้ ประสบการณ์ และเครือข่ายความร่วมมือ สามารถต่อยอดการทำงาน และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทย ให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรม EV ต่อไปในอนาคต เป็นที่น่ายินดีว่า มีผู้สนใจเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของบุคลากร ต่อการเปลี่ยนผ่านของ อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ผศ.ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดีสายงานวิชาการ DPU กล่าว

เครื่องมือวิเคราะห์ยานยนต์ EV และ ไฮบริด
นอกจาก เปิดการอบรมหลักสูตร “การซ่อมบำรุงยานยนต์สมัยใหม่ (Modern Automotive Maintenance )” แล้ว ทางมหาวิทยาลัย ยังมีการเปิดสอนหลักสูตรระดับปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมยานยนต์สมัยใหม่ ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจาก เครือข่ายภาคอุตสาหกรรมที่สำคัญ ได้แก่ วิทยาลัยเทคโนโลยียานยนต์โตโยต้า บริษัท ช่วยราม เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด บริษัท ออเทล จำกัด และบริษัท เอพีไอ จำกัด (Autel AU-EV API-Tech) และบุคลากร ผู้เชี่ยวชาญ ที่มีศักยภาพ รวมทั้ง เครื่องมือช่างยนต์ และอุปกรณ์งานช่างยนต์ ที่ใช้ในการฝึกอบรม ผู้ประกอบการและบุคลากร ในอุตสาหกรรมยานยนต์แล้ว ยังมีการนำมาใช้ฝึกสอนกับนักศึกษา ให้สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนผ่านของ เทคโนโลยีจาก ยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน ไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์ไฮบริดได้ ซึ่งมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น จำเป็นต้องมีการยกระดับองค์ความรู้ และทักษะใหม่ ๆ โดยเฉพาะการเสริมองค์ความรู้ และการใช้เครื่องมือวิเคราะห์ เครื่องมือตรวจสอบภายในระบบท่อ ในการตรวจสอบและซ่อมบำรุงยานยนต์ อาทิ ECU Diagnostic Tool กล้องส่องในที่แคบ ฯลฯ

บุคลากร ช่างยนต์ EV และ ไฮบริด คุณภาพ
โครงการนี้ยังช่วยสร้าง เครือข่ายความร่วมมือระหว่าง สถาบันการศึกษา ผู้ประกอบการ และภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะนำไปสู่การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรร่วมกัน ในระยะยาว นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับ แนวทางของภาครัฐและ BOI ที่มุ่งยกระดับกำลังคนของประเทศ ให้พร้อมรองรับการลงทุนใน อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต นอกจากนี้ความร่วมมือดังกล่าว ยังเป็นประโยชน์ต่อ การพัฒนาศักยภาพนักศึกษา DPU ที่มีโอกาสเรียนรู้จากผู้ประกอบการตัวจริง ในอุตสาหกรรม เกิดเครือข่ายความร่วมมือ ที่เอื้อต่อการฝึกงาน และการทำงานในอนาคต รวมถึงได้รับประสบการณ์จากเทคโนโลยี และโจทย์การทำงานจริงของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยยกระดับทักษะ และความพร้อมของบัณฑิต ให้สามารถเข้าสู่ตลาดแรงงาน (Automotive Technician) ด้านยานยนต์สมัยใหม่ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรองรับทิศทาง การลงทุนในอุตสาหกรรม EV ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ผศ.ดร. ชัยพร เขมะภาตะพันธ์ คณบดี CITE กล่าว

ซ่อมบำรุง รถยนต์ไฟฟ้า และ รถยนต์ไฮบริด มืออาชีพ
รศ.ดร.ยศพงษ์ ลออนวล หัวหน้าศูนย์วิจัย Mobility & Vehicle Technology Research Center มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ในฐานะนายกสมาคมกิตติมศักดิ์ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย กล่าวว่า การจัดอบรมด้าน การซ่อมบำรุงยานยนต์สมัยใหม่ ถือเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการเติบโต ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ในประเทศไทย เนื่องจากการพัฒนาอุตสาหกรรม ไม่ได้มีเพียงมิติของการผลิตเท่านั้น แต่ยังต้องสร้างระบบ รองรับการใช้งานจริง ทั้งด้านการบริการและการซ่อมบำรุง โดยเฉพาะผู้ประกอบการ อู่ซ่อมรถรายย่อย ที่เคยมีประสบการณ์กับ รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปเป็นหลัก จำเป็นต้องปรับตัว และยกระดับองค์ความรู้ให้สามารถดูแล รถยนต์ไฟฟ้าและ รถยนต์ไฮบริดได้ ซึ่งเทคโนโลยีของยานยนต์สมัยใหม่ มีความแตกต่างจากเดิมอย่างมาก ทั้งระบบไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และซอฟต์แวร์ควบคุม จึงต้องอาศัยการเรียนรู้และฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง

อู่ซ่อมรถยนต์มาตรฐาน พร้อมทีม ช่างซ่อมรถยนต์ รุ่นใหม่
นายสมควร อ่าวนิล ผู้ประกอบการอู่สมควรการช่าง จ.ลพบุรี กล่าวว่า การเข้าร่วมอบรม หลักสูตรการซ่อมบำรุงยานยนต์สมัยใหม่ครั้งนี้ เป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนา และเรียนรู้เทคโนโลยียานยนต์ระบบใหม่ ๆ เนื่องจากที่ผ่านมา แหล่งเรียนรู้ด้านยานยนต์ EV และไฮบริดยังมีไม่มาก อีกทั้งการอบรมในหลายแห่ง มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง แต่ หลักสูตรของ DPU ให้บริการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ให้ความรู้ครอบคลุมด้าน ยานยนต์สมัยใหม่หลายระบบ มี Workshop ทำให้เข้าใจได้อย่างดี สามารถนำไปให้บริการลูกค้าได้จริง นอกจากนี้การเข้าร่วมอบรม ยังช่วยสร้างเครือข่ายกับ ผู้ประกอบการรายอื่น สามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และยกระดับมาตรฐานของอู่นอก พร้อมทีม ช่างซ่อมรถยนต์ รุ่นใหม่ ให้มีความน่าเชื่อถือมากขึ้นด้วย

ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบวิเคราะห์ ยานยนต์ไฟฟ้า ยานยนต์ไฮบริด
ทั้งนี้ โครงการอบรมหลักสูตร “การซ่อมบำรุงยานยนต์สมัยใหม่ (Modern Automotive Maintenance)” มีเป้าหมายเพื่อยกระดับศักยภาพบุคลากร ในอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ โดยเสริมทั้งความรู้ภาคทฤษฎีและทักษะภาคปฏิบัติ ด้านการบำรุงรักษาและวิเคราะห์ระบบยานยนต์ EV ยานยนต์ไฮบริด ระบบแบตเตอรี่ ระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ เซนเซอร์ การติดตั้งสถานีชาร์จ เทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะ และ การปรับแต่งซอฟต์แวร์ควบคุมยานยนต์ โดยออกแบบให้ ผู้เข้าอบรมเข้าใจตั้งแต่ หลักการทำงานของระบบ แนะนำ เครื่องมือช่างยนต์ ไปจนถึง กระบวนการตรวจสอบวิเคราะห์ และซ่อมบำรุง อย่างถูกต้อง ตลอดจนพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ และการทำงานเป็นทีม เพื่อรองรับตำแหน่งงานใหม่ ในอุตสาหกรรม เช่น EV Technician, Hybrid System Specialist และผู้เชี่ยวชาญด้านระบบวิเคราะห์ รถยนต์ Hybrid รถยนต์ไฟฟ้า

อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า EV ยานยนต์ไฮบริด ในไทย
การพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า EV ยานยนต์ไฮบริด ให้เติบโตอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือ จากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการ ในระบบบริการซ่อมบำรุง ภาครัฐควรมีบทบาท ในการส่งเสริมให้ผู้ประกอบ การสามารถเข้าถึงข้อมูล ด้านการซ่อมบำรุงจากผู้ผลิต ผ่านนโยบายหรือกฎหมายที่เหมาะสม ขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์เอง ก็ควรพิจารณาสร้างเครือข่ายอู่ซ่อมบำรุง ศูนย์ซ่อมบํารุงรถยนต์ ที่ได้รับการรับรอง เพื่อให้ผู้ประกอบการไทย สามารถให้บริการได้ตามมาตรฐาน และเมื่อมี อู่ซ่อมรถยนต์มาตรฐาน ที่มีความเชี่ยวชาญเพิ่มขึ้น ช่วยลดต้นทุนการซ่อมบำรุง และส่งผลดีต่อระบบประกันภัยในอนาคต ที่สำคัญผู้ประกอบการเอง ก็ต้องพัฒนาทักษะ และองค์ความรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถปรับตัวทันกับ เทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งการจัดอบรมครั้งนี้โดย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จึงเป็นส่วนหนึ่งในรูปแบบ ที่สามารถช่วยพัฒนาศักยภาพ ให้กับผู้ประกอบการไทยได้ รศ.ดร.ยศพงษ์ กล่าว
Cr.ibusiness,มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์,โตโยต้า,กล้องส่องภายในท่อ,ผู้จัดการ,